พล.ต.ท. ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ได้สั่งการให้ทุก สภ.ในสังกัด ตำรวจภูธร ภาค 3 ดำเนินการโครงการ 1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน กำหนดพื้นที่เป้าหมาย จากนั้นให้สำรวจข้อมูลกล้องวงจรปิดในเขตพื้นที่ดังกล่าว แล้วประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชน ทำให้ทำการติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่เสี่ยงต่าง ๆ หากเป็นไปได้ ให้เชื่อมสัญญานกล้องวงจรปิดมายัง ที่ทำการ สถานีตำรวจเพื่อเป็นข้อมูล และให้พิจารณากำหนดจุดเสี่ยง และประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ ความสำคัญของกล้องวงจรปิด ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้ง พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ ซึ่ง หากคนร้ายทราบว่า ในพื้นที่จุด เซฟตี้โซน นั้น มีกล้องวงจรปิดอยู่หนาแน่น จะเป็นการป้องปราบคนร้าย ให้ยับยั้งไม่กระทำความผิด และหากมีเหตุขึ้น กล้องวงจรปิดจะใช้เป็นข้อมูลการสืบสวนและใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนการสอบสวน ยืนยันการกระความผิดของคนร้ายต่อไป
พ.ต.อ.จุลฑะ จันทน ผกก.สภ.กาบเชิง กล่าวว่า ทาง สภ.กาบเชิง ได้กำหนดพื้นที่เซฟตี้โซน จาก หน้าโรงพยาบาลกาบเชิง ถึงศูนย์ฝึกและพัฒนาอาชีพชายแดนช่องจอม เนื่องจากมีประชากรหนาแน่นและเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของ อำเภอกาบเชิง โดยมีการประสานขอความร่วมมือกับเทศบาลกาบเชิง เชื่อมโยงสัญญานกล้องจรปิด มายังที่ทำการ สภ.กาบเชิง ณ ศูนย์ปฏิบัติการโครงการ 1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน โดยปัจจุบัน โครงการ 1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซน ซึ่งได้ร่วมกับเทศบาลกาบเชิง สามารถครอบคลุมพื้นที่เทศบาล ต.กาบเชิง คิดเป็นร้อยละ 25 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่อำเภอกาบเชิง สามารถคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 12,800 คน คิดเป็นร้อยละ 37 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากรอำเภอกาบเชิงทั้งหมด จากนั้นจะได้มีตรวจสอบประเมินผล เปรียบเทียบสถิติการเกิดคดีอาญา เพื่อนำแนวคิดดังกล่าว ไปประชาสัมพันธ์ และนำโครงการ 1 อำเภอ 1 เซฟตี้โซนของเทศบาลตำบลกาบเชิง เพื่อเป็นโครงการต้นแบบ หรือ โมเดล เผยแพร่ไปยัง ท้องถิ่นตำบลอื่น ๆ ต่อไป