6 มกราคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์กรมหาชน) Thailand Institute ofJustice หรือ TIJ ได้เปิดรับสมัคร เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันเพื่อการยุติธรรมฯ โดยมีคุณสมบัติ ดังนี้
1.มีสัญชาติไทย 2.มีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ในวันที่ได้รับแต่งตั้ง 3.สามารถทำงานให้กับสถาบันได้เต็มเวลา4.เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของสถาบันตามที่กำหนดไว้ในวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสถาบัน 5.ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริตคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
6.ไม่เคยได้รับโทษจำคุก โดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ 7.ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการหรือผู้ดำรงตำแหน่งซึ่งรับผิดชอบการบริหารพรรคการเมืองที่ปรึกษาพรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
8.ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ รวมถึงอยู่ระหว่างถูกพักงานพักราชการ หรือสั่งให้หยุดงานเป็นการชั่วคราว ในลักษณะเดียวกันกับการพักงานหรือพักราชการ 9.ไม่เป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรมหาชนอื่น 10.ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีเงินตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำพนักงานหรือลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ปฏิบัติงานองค์กรมหาชนอื่น และ 11.ไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่กระทำกับสถาบันหรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของสถาบัน ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ทั้งนี้ กรณีตาม (9) (10)ผู้เข้ารับการสรรหาเป็นผู้อำนวยการ จะต้องลาออกจากตำแหน่งก่อนได้รับเลือกเป็นผู้อำนวยการนอกจากนี้ ให้ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษา หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีสัญญาจ้างกับสถาบันเจ้าหน้าที่หรือลูกจ้าง ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่ประกาศสรรหาผู้อำนวยการมีสิทธิเข้ารับสมัครสรรหาเป็นผู้อำนวยการได้ โดยไม่ต้องลาออกจากสถาบันหรือบอกเลิกสัญญากับสถาบัน แล้วแต่กรณี โดยกรณีที่ได้การสรรหาเป็นผู้อำนวยการจะต้องลาออกในวันที่ได้รับแต่งตั้ง
ขณะเดียวกัน ต้องมีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีหรือเทียบขึ้นไปสาขาสังคมศาสตร์ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ นิติศาสตร์ จากสถาบันการศึกษาที่ ก.พ.รับรอง อีกทั้ง มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การบริหารจัดการ ดังนี้กรณีที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานรัฐ ต้องเคยหรือดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง
นอกจากนี้ กรณีเคยที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากสถานศึกษา ต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าคณบดีหรือเทียบเท่าส่วนผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารจากหน่วยงานเอกชนที่มีการติดต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศต้องดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้บริหารขององค์กร ที่มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาทต่อปีรวมทั้ง ต้องมีความรู้ ความสามารถ และมีผลงานสำคัญเชิงประจักษ์ ในด้านงานยุติธรรมและที่เกี่ยวข้องกับประเทศ ต่อองค์การสหประชาชาติหรือหน่วยงานระหว่างประเทศด้านงานยุติธรรม
อย่างไรก็ตาม มีความรู้ ความสามารถ และมีผลสำคัญที่ถึงความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เป็นที่ประจักษ์ด้านงานยุติธรรมและที่เกี่ยวข้องภายในประเทศโดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุวัติข้อกำหนดสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง และมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังสำหรับผู้กระทำผิดหญิงหรือข้อกำหนดกรุงเทพ และการส่งเสริมและการพัฒนาองค์ความรู้ด้านหลักนิติธรรม