นายพรรคพล ทองศรี พนักงานประจำรถกู้ชีพ โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิรืฯวัฒนา เล่าว่า ในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มีชาย ขี่รถจยย.มาจอด ก่อนชักอาวุธปืนออกมายิงผู้ช่วยพยาบาล จำนวน1 นัด แล้วตนเข้าไปปล้ำสู้กับคนร้าย แล้วพี่อีกคนก็ช่วยเข้าจับคนร้ายเอาไว้ด้วย ในตอนนั้นตนคิดอย่างเดียวว่าไม่ให้คนร้ายยิงใครเพิ่มอีก โชคดีน้องผู้หญิงที่ถูกยิงไม่โดนจุดสำคัญ
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อว่า คือ นายกิตติภัฏ หรือ ฟีฟ่า เลิศอำนวยลาภ อายุ 22ปี อยู่เลขที่ 44/10 ซอยบ้านโนน 1 เทศบาลนครอุดรธานี พร้อมอาวุธปืน ออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด 11 มม.พร้อมมีดพับยาวประมาณ 6 นิ้ว และเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ก่อเหตุแทง น.ส.อาริยาฯ พนักงานนวด ที่ร้านนวดหห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 800 เมตร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่บ้านพัก ที่ห่างจากโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิร์นวัฒนา ประมาณ 200 เมตร เพื่อหาของกลางเพิ่มเติม
หลังจากนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต,พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ปิยบุตร ไพบูลย์ รอง ผบก. พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายกิตติภัฏฯ มาที่บ้านเลขที่ 44/10 ซอยบ้านโนน 1 ที่เปิดเป็นฟิตเนสและสปา ทุกคนต้องตกใจ เพราะที่บ้านพักในห้องนอนพบศพ นางอนงค์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 66 ปี ย่าแท้ ๆ ของนายกิตติภัฏฯ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน
จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลศูฯย์อุดรธานี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบพบว่านางอนงค์ เสียชีวิต สภาพศพสวมเสื้อหนาวสีส้ม กางเกงกีฬาสีดำ ถูกอาวุธมีดปาดลำคอหลอดลมขาด และถูกแทงที่บริเวณลำตัวอีกกว่า 10 แผล เสียชีวิตประมาณ 5 ชั่วโมง
จากการตรวจค้นในบ้าน และห้องนอนของ นายกิตติภัฏ พบกล่องกระสุนขนาด 11 มม.ที่มีกระสุนปืน 50 นัด ยารักษาโรคทางจิตประสาทจำนวนมาก ภายในห้องนอนที่ระบุชื่อของ นายกิติภัฏ ที่เป็นคนร้ายไว้อย่างชัดเจน และเพิ่งไปรับยามาล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่มีเพื่อนของ นางอนงค์ และเพื่อนบ้านทราบข่าว ได้พากันเดินทางมา และติดต่อ นายขจรศักดิ์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 73 ปี สามีผู้ตาย ที่เป็นปู่แท้ ๆ ของคนร้าย ที่ออกไปนอกบ้านตั้งแต่เช้าให้รีบกลับมา
โดย นายกิติภัฏ รับสารภาพด้วยความสับสนว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุฆ่า นางอนงค์ ที่เป็นย่าแท้ ๆ ของตัวเอง เริ่มจากได้ไปบอกย่าว่า อยากได้ปืนที่ย่าเก็บไว้ในตู้เซฟ เอาออกมาขอถ่ายรูปปืน ซึ่งตนอยากได้ปืนมายิงหัวตัวเอง เพราะอยากตาย เพราะว่ามีคนมายุ่งเรื่องส่วนตัว มาแฮกโทรศัพท์ของตน โดยตนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนข้างบ้านและทุกคนเขารู้หมด ตนอยากตาย แต่ไม่ได้อยากจะทำกับย่าแบบนี้ ตนฝืนตัวเองเพื่อทำกับย่า และก็อยากได้ปืนแค่นั้น และตนก็ป่วยเป็นโรคจิตเวช และก็เคยถูกรถชน และก็เป็นอีกหลายอย่าง ซึ่งที่บ้านนี้ตนอยู่กับปู่ ย่า รวมกัน 3 คน
พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตรวจสอบในบ้านพบยารักษาโรคจิตเวช จากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ที่เป็นชื่อของ นายกิตติภัฏฯ ประมาณ 5 รายการ และจากการสอบสวนเบื้องต้น นายกิตติภัฏ เองก็บอกว่าไม่ได้กินยา และทางแพทย์เวร ได้ตรวจสอบคิวอาร์โค๊ตของยาที่ได้มา ทราบว่าเป็นยารักษาอาการกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชจริง แต่ทั้งนี้ทางตำรวจจะควบคุมตัวส่งไปตรวจทางจิตเวชอีกครั้ง ว่าขณะก่อเหตุเขามีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีแต่ไหน เพราะเหตุที่เกิดแป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนา
"ส่วนการควบคุมตัวคงต้องแยกขัง เพราะอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่ง และคงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะตัวเขาเองบอกว่าอยากจะฆ่าตัวตาย ที่เป็นสาเหตุที่อยากได้อาวุธปืนมา และผู้ตายที่เป็นย่ารู้ที่ซ่อนของอาวุธปืน จึงต้องการเต้นเอาปืนจากผู้เป็นย่า จนกระทั่งมาเกิดเป็นเหตุสลดในดังกล่าว ซึ่งปืนกระบอกนี้ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นปืนของใคร"