เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น

02 ม.ค. 2564 | sumalee

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าดับก่อนไปก่อเหตุยิงแทงผู้อื่นบาดเจ็บ 2 ราย ปู่เผยเสียใจมาก เพราะหลานเลี้ยงมากับมือก่อนไปอยู่กับครอบครัวที่อังกฤษเพิ่งกลับมาหลังจากติดปัญหาโควิด แต่กลับมาก่อเหตุหฤโหดแบบนี้

2 มกราคม 2564 ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุคนร้ายเป็นชาย ใช้อาวุธมีดแทงพนักงานนวด ร้านนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ในซอยโนนพิบูลย์ เทศบาลนครอุดรธานี มีพนักงานนวดหญิงได้รับบาดเจ็บ โดยคนร้ายมีอาวุธปืน ได้ยิงปืนที่บริเวณหน้าร้าน 2 นัด และขี่รถ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ สีฟ้า 1กฎ-9152 อุดรธานี หลบหนี หลังรับแจ้ง ร.ต.อ.ศักดา บุญก้อน รอง สว.สอบสวน จึงรายงานผู้บังคับบัญชา และออกไปสอบสวนเหตุ พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยมูลนิธิส่งเสริมธรรม 
 
ใกล้ที่เกิดเหตุหน้าร้านสะดวกซื้อ ห่างจากร้านนวดประมาณ 50 เมตร พบ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 24 ปี หมอนวดแผนโบราณ ชาว อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ที่หลังจากถูกแทง วิ่งหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดี โดย น.ส.อารียาฯ ถูกคนร้ายมีดแทงที่บริเวณหลังและไหล่ 4 แห่ง เจ้าหน้าที่รีบปฐมพยาบาลทำแผล และนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี 
 
ต่อมาประมาณ 10 นาที ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รปภ.และพนักงานประจำรถกู้ชีพโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิร์นวัฒนา ถ.ศุภกิจจรรยา เทศบาลนครอุดรธานี ว่าได้ควบคุมตัวคนร้าย พร้อมอาวุธปืน ที่เข้ามาก่อเหตุยิง น.ส.ศิริรัตน์ พรมวงศ์ หรือ น้องออย อายุ 24 ปี ผู้ช่วยพยาบาล ชาว อ.นาแก จ.นครพนม ที่กำลังทำหน้าที่ตรวจคัดกรองคนไข้ที่มารักษาที่โรงพยาบาลฯ ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ที่บริเวณประตูทางเข้าห้องฉุกเฉิน โดยคนร้ายยิง น.ส.ศิริรัตน์ฯ เข้าที่ไหล่ด้านขวาได้รับบาดเจ็บ กระสุนฝังใน โดยทางโรงพยาบาลฯ ได้นำตัว น.ส.ศิริรัตน์ฯ ทำการรักษาตัวทันที 
 

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น






หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น


นายพรรคพล ทองศรี พนักงานประจำรถกู้ชีพ โรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิรืฯวัฒนา เล่าว่า ในขณะปฏิบัติหน้าที่ได้มีชาย ขี่รถจยย.มาจอด ก่อนชักอาวุธปืนออกมายิงผู้ช่วยพยาบาล จำนวน1 นัด แล้วตนเข้าไปปล้ำสู้กับคนร้าย แล้วพี่อีกคนก็ช่วยเข้าจับคนร้ายเอาไว้ด้วย ในตอนนั้นตนคิดอย่างเดียวว่าไม่ให้คนร้ายยิงใครเพิ่มอีก โชคดีน้องผู้หญิงที่ถูกยิงไม่โดนจุดสำคัญ 
 
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปควบคุมตัวคนร้าย ทราบชื่อว่า คือ นายกิตติภัฏ หรือ ฟีฟ่า เลิศอำนวยลาภ อายุ 22ปี อยู่เลขที่ 44/10 ซอยบ้านโนน 1 เทศบาลนครอุดรธานี พร้อมอาวุธปืน ออโตเมติก ยี่ห้อโคลท์ ขนาด 11 มม.พร้อมมีดพับยาวประมาณ 6 นิ้ว และเป็นคนร้ายคนเดียวกับที่ก่อเหตุแทง น.ส.อาริยาฯ พนักงานนวด ที่ร้านนวดหห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 800 เมตร เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปที่บ้านพัก ที่ห่างจากโรงพยาบาลนอร์ทอีสเทิร์นวัฒนา ประมาณ 200 เมตร เพื่อหาของกลางเพิ่มเติม 
  
หลังจากนั้น นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.อุดรธานี พล.ต.ต,พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ปิยบุตร ไพบูลย์ รอง ผบก. พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนวงศ์ จันทร์พล รอง ผกก.ป.สภ.เมืองอุดรธานี พร้อมตำรวจสายตรวจ 191 ตำรวจชุดสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายกิตติภัฏฯ มาที่บ้านเลขที่ 44/10 ซอยบ้านโนน 1 ที่เปิดเป็นฟิตเนสและสปา ทุกคนต้องตกใจ เพราะที่บ้านพักในห้องนอนพบศพ นางอนงค์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 66 ปี ย่าแท้ ๆ ของนายกิตติภัฏฯ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน 
 
จึงได้ประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลศูฯย์อุดรธานี และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน มาตรวจสอบพบว่านางอนงค์  เสียชีวิต สภาพศพสวมเสื้อหนาวสีส้ม กางเกงกีฬาสีดำ ถูกอาวุธมีดปาดลำคอหลอดลมขาด และถูกแทงที่บริเวณลำตัวอีกกว่า 10 แผล เสียชีวิตประมาณ 5 ชั่วโมง 
 
จากการตรวจค้นในบ้าน และห้องนอนของ นายกิตติภัฏ  พบกล่องกระสุนขนาด 11 มม.ที่มีกระสุนปืน 50 นัด ยารักษาโรคทางจิตประสาทจำนวนมาก ภายในห้องนอนที่ระบุชื่อของ นายกิติภัฏ  ที่เป็นคนร้ายไว้อย่างชัดเจน และเพิ่งไปรับยามาล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ขณะที่มีเพื่อนของ นางอนงค์  และเพื่อนบ้านทราบข่าว ได้พากันเดินทางมา และติดต่อ นายขจรศักดิ์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 73 ปี สามีผู้ตาย ที่เป็นปู่แท้ ๆ ของคนร้าย ที่ออกไปนอกบ้านตั้งแต่เช้าให้รีบกลับมา 
 
โดย นายกิติภัฏ รับสารภาพด้วยความสับสนว่า เป็นผู้ที่ก่อเหตุฆ่า นางอนงค์  ที่เป็นย่าแท้ ๆ ของตัวเอง เริ่มจากได้ไปบอกย่าว่า อยากได้ปืนที่ย่าเก็บไว้ในตู้เซฟ เอาออกมาขอถ่ายรูปปืน ซึ่งตนอยากได้ปืนมายิงหัวตัวเอง เพราะอยากตาย เพราะว่ามีคนมายุ่งเรื่องส่วนตัว มาแฮกโทรศัพท์ของตน โดยตนไม่รู้ว่าเป็นใคร แต่คนข้างบ้านและทุกคนเขารู้หมด ตนอยากตาย แต่ไม่ได้อยากจะทำกับย่าแบบนี้ ตนฝืนตัวเองเพื่อทำกับย่า และก็อยากได้ปืนแค่นั้น และตนก็ป่วยเป็นโรคจิตเวช และก็เคยถูกรถชน และก็เป็นอีกหลายอย่าง ซึ่งที่บ้านนี้ตนอยู่กับปู่ ย่า รวมกัน 3 คน 
 
พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ตรวจสอบในบ้านพบยารักษาโรคจิตเวช จากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2563 ที่เป็นชื่อของ นายกิตติภัฏฯ ประมาณ 5 รายการ และจากการสอบสวนเบื้องต้น นายกิตติภัฏ  เองก็บอกว่าไม่ได้กินยา และทางแพทย์เวร ได้ตรวจสอบคิวอาร์โค๊ตของยาที่ได้มา ทราบว่าเป็นยารักษาอาการกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชจริง แต่ทั้งนี้ทางตำรวจจะควบคุมตัวส่งไปตรวจทางจิตเวชอีกครั้ง ว่าขณะก่อเหตุเขามีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดีแต่ไหน เพราะเหตุที่เกิดแป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนา 
 
"ส่วนการควบคุมตัวคงต้องแยกขัง เพราะอาจเกิดอาการคลุ้มคลั่ง และคงต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะตัวเขาเองบอกว่าอยากจะฆ่าตัวตาย ที่เป็นสาเหตุที่อยากได้อาวุธปืนมา และผู้ตายที่เป็นย่ารู้ที่ซ่อนของอาวุธปืน จึงต้องการเต้นเอาปืนจากผู้เป็นย่า จนกระทั่งมาเกิดเป็นเหตุสลดในดังกล่าว ซึ่งปืนกระบอกนี้ต้องไปตรวจสอบอีกครั้งว่าเป็นปืนของใคร" 

 

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น





หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น



ต่อมา นายขจรศักดิ์ เลิศอำนวยลาภ อายุ 73 ปี ปู่แท้ ๆ ของ นายกิติภัฏ ได้เดินทางกลับมาบ้าน ได้ให้ปากคำกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า นายกิติตภัฏ  หรือ ฟีฟ่า เป็นหลานแท้ ๆ เป็นลูกของลูกชายที่เสี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ต่อมาพ่อแม่ของนายกิตติภัฏ ไปทำงานที่ประเทศอังกฤษ แล้วพานายกิตติภัฏ  ไปเรียนที่นั่น จนประมาณ 3 เดือนที่แล้ว นายกิตติภัฏ  กลับมาเมืองไทย เพื่อรักษาตัว และยังไม่สามารถกลับไปได้ เพราะติดสถานการณ์โรคโควิด-19 และก่อนหน้าหลานก็ไม่เคยมีความก้าวร้าว ส่วนยารักษาของหลาน ย่าเขาก็จะเป็นคนเอาให้กินทุกวัน 
  
นายบขจรศักดิ์  เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ตนออกไปข้างนอกไปตกปลา นิสัยหลานช่วงนี้ตนไม่รู้ เพราะก่อนหน้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน หลานอยู่ที่อังกฤษ และกลับมาเมืองไทยเพื่อรักษาตัวได้ประมาณ 3 เดือน ที่ป่วยเป็นโรคทางจิต เมื่อมาอยู่บ้านหลานก็มีอาการปกติ สั่งอาหารมากินได้เอง และก็ชอบหยอกเล่นกับย่าเขา ส่วนปืนเป็นของตนที่ซื้อมาเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ที่มีทะเบียนถูกต้อง โดยให้ย่าเขาเป็นคนเก็บเอาไว้ แล้วตนก็ไม่รู้ว่าเขาเอาไปเก็บที่ไหน เมื่อมาเกิดเหตุขึ้น คิดว่ามันไม่น่าจะเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ เมื่อกี้ไปดูหลานมา เขาก็ไม่พูดอะไร อยากจะถามหลานว่าทำไมถึงทำแบบนี้เขาก็ไม่มีอาการอะไร หรือมีลางอะไรมาก่อน 
 
จากนั้นทางตำรวจควบคุมตัว นายกิตติภัฏฯ ไป สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อสอบปากตำเบื้องต้น และส่งตัวไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เพื่อตรวจสภาพจิตใจ แต่เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พกพาอาวุธปืนและอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ หรือหมู่บ้าน โดยไม่มีเหตุอันควร ทำร้ายร่างกายผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส"...... 


หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น



 

หนุ่มนักเรียนนอกคลั่งปาดคอย่าก่อนก่อเหตุยิงแทงคนอื่น

 

ข่าวล่าสุด