เพชรบูรณ์- โชเฟอร์และผู้ประกอบการรถทัวร์ ขอโทษ "น้ำตาล เจนจิตร" สาวพิการ ถูกห้ามไม่ให้ขึ้นรถทัวร์โดยสาร จนต้องอัดคลิปเผยแพร่ทางโซเชียล มีคนเข้ามาแสดงความเห็นใจและประณามการกระทำของโชเฟอร์จนถูกสั่งพักงาน ขณะที่สาวพิการหัวใจนางฟ้ายอมให้อภัย

จากกรณีที่ชาวโซเซียลพากันแชร์คลิปสาวพิการชาวเพชรบูรณ์ไปตรวจสายตาที่รพ.ศิริราช กทม.  ถูกพนักงานรถทัวร์ห้ามขึ้นรถโดยสารกลับบ้าน แถมยังงัดกล้องมือถือมาถ่ายบันทึกภาพไว้อีก จนทำให้สาวรายนี้ถึงกับร่ำไห้สะอึกสะอื้นพร้อมตั้งคำถาม"ไม่ได้เป็นโรคติดต่อ แต่ทำไมถึงห้ามหนูขึ้นรถกลับบ้าน"กระทั่งชาวโซเรียลเกิดความสงสารและเห็นใจหญิงพิการสาวรายนี้พากันรุมด่าทอละประณามถึงการกระทำของพนักงานรถทัวร์พร้อมบริษัทเจ้าของรถทัวร์คันดังกล่าวด้วย นอกจากนี้ช่วยกันชี้ช่องให้ร้องเรียนเอาผิดกับพนักงานรถทัวร์คันดังกล่าวด้วย โดยเหตุเกิดที่บริเวณชานชาลาสถานีขนส่งมวลชนที่หมอชิดเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 23 ธ.ค.ที่ผ่านมา







ล่าสุด เวลา 12.20 น.วันที่ 24 ธันวาคม  คณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยหัวหน้ากลุ่มวิชาการขนส่ง พร้อมผู้ตรวจการ สำนักงานขนส่งจังหวัดเพชรบูรณ์, ประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์, นายสถานีขนส่งผู้โดยสารอำเภอหล่มสัก บริษัท เพื่อนไทย จำกัด และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ พร้อมตัวแทนผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถทัวร์ ที่ก่อเหตุห้ามสาวพิการขึ้นรถทัวร์กลับบ้านที่อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งสาวพิการได้ถ่ายคลิปไว้และนำมาเผยแพร่ทางสื่อโซเชียล จนชาวเน็ตสงสารเห็นใจพากันรุมประณามทั้งพนักงานขับรถและบริษัทผู้ประกอบการกันอย่างหนัก โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปที่บ้านพักของ น.ส.เจนจิตร เสนานุช หรือ"น้ำตาล" บ้านเลขที่ 209 หมู่ที่ 9 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า เพื่อแสดงการขอโทษต่อ น.ส.เจนจิตรสาวพิการรายนี้ พร้อมชี้แจงถึงมาตรการแก้ไขและแนวทางการลงโทษพนักงานขับรถทัวร์ให้น.ส.เจนจิตรทราบ 








โชเฟอร์ขอโทษ "น้ำตาล"สาวพิการถูกห้ามขึ้นรถทัวร์













ทั้งนี้ทั้งผู้ประกอบการและพนักงานขับรถ นอกจากจะขอโทษน.ส.เจนจิราแล้ว ยังแสดงการขอโทษครอบครัวของสาวพิการอีกด้วย พร้อมขอโอกาสแก้ตัวใหม่ คงถูกพักใบอนุญาตขับขี่ชั่วคราว ด้วย โดยพนักงานขับรถที่ก่อเหตุยังอ้างด้วยว่า เพิ่งจะถูกสับเปลี่ยนมาขับรถสายนี้ใหม่ ซึ่งเดิมขับอยู่สายแม่สอด-กทม. ทำให้ไม่รู้จักหรือคุ้นเคย แม้ น.ส.เจนจิตรจะเดินทางขึ้นลงเพชรบูรณ์-กทม.เป็นประจำก็ตาม จากนั้นได้มอบกระเช้าของขวัญให้กับน.ส.เจนจิตร ในขณะที่"น้ำตาล-เจนจิตร"และนายสมภาน เสนานุช บิดาน.ส.เจนจิตรไม่ติดใจเอาความแต่อย่างใด ซึ่งผู้ประกอบการยอมรับในความบกพร่องพร้อมรับปากจะนำเหตุการณ์ไปทบทวนแก้ไข ส่วนกรณี"น้ำตาล-เจนจิตร"รับว่าจะกลับไปทำความเข้าใจกับพนักงานทุกคน เพื่อให้ความสะดวกกับน้องน้ำตาลในการเดินทางครั้งต่อ ๆ ไป









โชเฟอร์ขอโทษ "น้ำตาล"สาวพิการถูกห้ามขึ้นรถทัวร์










โดย"สาวน้ำตาล-เจนจิตร"สาวพิการแต่หัวใจนางฟ้ากล่าวย้ำกับโชเฟอร์รถทัวร์และผู้ประกอบการฯว่า "หนูก็ไม่คิดจะทำอะไรให้ลุงตกงาน ก็แค่ต้องการให้สังคมรับรู้ว่า ต้องให้บริการทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แล้วหนูก็เข้าใจดีว่าลุงก็มีครอบครัว มีลูกต้องดูแล ซึ่งหนูเข้าใจในจุดนี้ และยินดีที่จะอภัยให้และขอให้ลุงเก็บเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน และขอให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด "

จากนั้นสาวน้ำตาล-เจนจิตร ได้แสดงการขอบคุณทุกหน่วยงานที่ห่วงใยและเข้ามาดูแลและต้องขอขอบคุณชาวโซเซียลทุกท่านที่ให้กำลังใจ สาวเพชรบูรณ์รายนี้ยังกล่าวย้ำอีกว่า "เหตุการณ์ที่โพสต์ไปในครั้งนี้ ไม่ได้หวังที่จะทำลายหรือทำให้ใคร ทั้งลุงและใครในสถานการณ์นั้นต้องตกงาน และที่โพสต์ไปก็ไม่คิดว่าจะไปไกลขนาดนี้ โดยเฉพาะในเฟสบุ๊คหนู ก็มีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน เพียงแต่คิดว่าทำไมหนูต้องเจอแบบนี้ เดินทางมา 10 กว่าปีแล้ว ทำไมต้องมาเจอแบบนี้ แล้วครั้งต่อไปเราจะมาได้ไหม เป็นความรู้สึกของหนูตอนนั้น"











หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฯได้ชี้แจงถึงขั้นตอนต่อไปทางผู้ประกอบการขนส่งจะนำพนักงานขับรถไปชี้แจงข้อเท็จจริง ณ กองตรวจการขนส่ง กรมการขนส่งทางบก เพื่อดำเนินการเปรียบเทียบปรับต่อไป ทั้งนี้สำหรับโทษจะพนักงานคนขับรายนี้จะถูกปรับในข้อหาข้อหาปฏิเสธผู้โดยสาร โดยอัตราโทษสูงสุด 5,000 บาท และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ เป็นเวลา 1 เดือน และก่อนหน้านี้บริษัทขนส่งจำกัด(บขส.) ลงโทษปรับตามบริษัทฯผู้ประกอบการและเจ้าของรถทัวร์คันดังกล่าวเป็นเงิน 2,000 บาท ฐานไม่ควบคุมพนักงานรถร่วมฯให้ปฏิบัติตามระเบียบบริษัทฯ และ ไม่กระทำการใด ๆ ให้ผู้โดยสารที่ชำระค่าโดยสารถูกต้อง ต้องลงจากรถก่อนถึงจุดหมายปลายทาง









โชเฟอร์ขอโทษ "น้ำตาล"สาวพิการถูกห้ามขึ้นรถทัวร์






สำหรับ น.ส.เจนจิตร เสนานุช หรือ "น้ำตาล" เคยไปออกรายการไมค์หมดหนี้เมื่อปี 2562 โดยตั้งใจหากชนะจะนำเงินรางวัลไปช่วยปลดหนี้ให้ครอบครัวที่กู้เงินกองทุนหมู่บ้านมา 60,000 บาท แต่ไปไม่ถึงความฝันที่ตั้งใจ โดยแพ้คู่แข่งจึงทำให้ได้รับเงินก้อนเล็ก ๆ แต่อย่างไรก็ตามหลังการออกรายงานดังกล่าว ทำให้มีผู้ใจบุญบริจาคเงินให้ จนได้เงินมาอีกก้อนซึ่งครอบครัวสาวน้ำตาลได้นำเงินบางส่วนไปชดหนี้สิน   แต่อีกส่วนได้ให้น.ส.เจนจิตรเก็บไว้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปรักษาการป่วยที่รพ.ศิริราช