เนชั่นทีวี

ข่าว

ป.ป.ช.ชี้มูล"วงศ์ศักดิ์"พร้อมพวก 157

21 ธ.ค. 2563 | sutthirak

ป.ป.ช.ชี้มูล"วงศ์ศักดิ์"พร้อมพวก 157

ป.ป.ช.ชี้มูล "วงศ์ศักดิ์" อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กับพวก ร่วมกันพิจารณาอนุมัติ ผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบ เป็นความผิดอาญาและความผิดวินัย ให้ถอดถอนผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในท้องที่ 29 จังหวัด ส่งคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ต่อไป

วันนี้ 21 ธันวาคม 2563 นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยผลการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดังนี้


กรณีนายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี กับพวก ส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 ไปบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลในเขตจังหวัดราชบุรี และอนุมัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกเขตจังหวัดราชบุรีขอใช้บัญชีพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี โดยมิชอบ

ป.ป.ช.ชี้มูล"วงศ์ศักดิ์"พร้อมพวก 157

นายวงศ์ศักดิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะประธานกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี (ก.อบต.จังหวัดราชบุรี) กับพวก ร่วมกันพิจารณาอนุมัติ    ผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

โดยเรื่องนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2548 คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี ได้ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ และแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบล ประจำปี 2548 ต่อมาในวันที่ 28 ธันวาคม 2548 นายวงศ์ศักดิ์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี ได้ลงนามในประกาศขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ 3 โดยเรียงลำดับจากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงสุดตามลำดับที่ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลภายในจังหวัดราชบุรี มีผู้สอบแข่งขันได้และขึ้นบัญชีไว้จำนวน 386 คน และมีอัตราว่างตามที่องค์การบริหารส่วนตำบลในเขตจังหวัดราชบุรี ร้องขอให้เปิดสอบแทน ในตำแหน่งดังกล่าว จำนวน 40 แห่ง 

ปรากฏข้อเท็จจริงต่อมาว่าในการเรียกบรรจุแต่งตั้งครั้งแรกนั้นคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีไม่ได้นำอัตราว่างตามที่ได้มีการสำรวจไว้แล้วเพื่อเปิดสอบบรรจุแต่งตั้งมาให้ผู้ที่ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้แจ้งความประสงค์เลือกที่จะบรรจุแต่งตั้งตามลำดับในอัตราว่างดังกล่าวแต่กลับนำหนังสือขอใช้บัญชีจากหน่วยงานทั้งที่อยู่ในเขตจังหวัดราชบุรี และนอกเขตจังหวัดราชบุรีที่มีพฤติการณ์ว่าต้องการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันรายใดเป็นการเฉพาะเจาะจงเช่นการระบุชื่อหรือลำดับที่เป็นต้นมาใช้ในการพิจารณาส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้

ต่อมาจังหวัดราชบุรีได้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศว่าหากประสงค์จะขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนระดับ3ซึ่งเป็นบัญชีของคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีก็ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆทำหนังสือขอใช้บัญชีส่งมายังคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีและได้มีการประสานกับผู้สอบแข่งขันได้โดยให้ผู้สอบแข่งขันได้ที่ขึ้นบัญชีไว้ไปติดต่อกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ต้องการบรรจุแต่งตั้ง

เป็นเหตุให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำหนังสือขอใช้บัญชีที่มีการระบุชื่อหรือลำดับที่หรือไม่ได้ระบุชื่อหรือลำดับที่แต่มีพฤติการณ์ว่าต้องการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้รายใดเป็นการเฉพาะเจาะจงซึ่งคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีได้นำหนังสือขอใช้บัญชีที่มีพฤติการณ์ขอบรรจุแต่งตั้งบุคคลที่เฉพาะเจาะจงเหล่านี้มาประกอบการพิจารณาส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้

หลังจากนั้นจังหวัดราชบุรีได้แจ้งให้ผู้สอบแข่งขันได้มารายงานตัวเพื่อรอรับการบรรจุแต่งตั้งในวันที่30พฤศจิกายน2550โดยระบุว่าหากผู้สอบแข่งขันได้รายใดต้องการบรรจุแต่งตั้งนอกเขตจังหวัดราชบุรีให้นำหนังสือขอใช้บัญชีมาแสดงด้วยและหากไม่มารายงานตัวถือว่าสละสิทธิการบรรจุแต่งตั้งทำให้ผู้สอบแข่งขันได้ไปติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้จัดทำหนังสือขอใช้บัญชีที่มีการะบุชื่อหรือลำดับที่หรือไม่ได้ระบุชื่อหรือลำดับที่แต่มีพฤติการณ์ว่าต้องการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้รายใดเป็นการเฉพาะเจาะจงและคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีได้นำข้อมูลการมารายงานตัวของผู้สอบแข่งขันได้ในวันที่30พฤศจิกายน2550มาประกอบการพิจารณาส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้ไปบรรจุแต่งตั้งโดยมิชอบ

ซึ่งการพิจารณาส่งตัวผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนระดับ3ไปบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลในเขตจังหวัดราชบุรีและการอนุมัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนอกเขตจังหวัดราชบุรีขอใช้บัญชีพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรีดังกล่าวไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติและระเบียบกฎหมายก่อให้เกิดความเสียหายแก่องค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดราชบุรีและระบบการบริหารงานบุคคลอย่างร้ายแรงโดยการบรรจุแต่งตั้งพนักงานส่วนท้องถิ่นจะต้องพิจารณาจากแผนอัตรากำลัง3ปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆว่ามีอัตราว่างตำแหน่งที่จะบรรจุแต่งตั้งหรือไม่

นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงภารกิจงานประกอบกับงบประมาณของหน่วยงานอีกด้วยและต้องเป็นไปตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นของแต่ละจังหวัดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นหากหน่วยงานอื่นขอใช้บัญชีเพื่อบรรจุและแต่งตั้งก็ต้องปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเช่นการขอใช้บัญชีห้ามมิให้ระบุชื่อหรือลำดับที่ของผู้สอบแข่งขันได้เป็นต้น

ตลอดจนพฤติการณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดทำหนังสือขอใช้บัญชียังมีพฤติการณ์ว่าต้องการบรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้รายใดรายหนึ่งเป็นการเฉพาะซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆมีเจตนาที่จะช่วยเหลือให้ผู้สอบแข่งขันได้เป็นการเฉพาะเจาะจงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้สอบแข่งขันได้รายอื่น

คณะกรรมการป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่าการกระทำของนายวงศ์ศักดิ์สวัสดิ์พาณิชย์ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรีในฐานะคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดราชบุรี,นายพิสิษฐบุญช่วงรองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี,นายนเรศวงศาโรจน์ท้องถิ่นจังหวัดราชบุรีและนายเจริญชัยนพชาติสถิตย์ท้องถิ่นจังหวัดราชบุรีมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา157ประกอบมาตรา91และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง

ในส่วนของผู้บริหารองค์กรปกครองท้องถิ่นที่มีการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องคณะกรรมการป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติว่ามีมูลความผิดทางอาญาและวินัยอย่างร้ายแรงรวมทั้งมีเหตุให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งในท้องที่29จังหวัดได้แก่ราชบุรี,นครปฐม,ประจวบคีรีขันธ์,เพชรบุรี,สมุทรสาคร,สมุทรสงคราม,สุพรรณบุรี,นครราชสีมา,กาฬสินธุ์,ร้อยเอ็ด,อุบลราชธานี,ขอนแก่น,มหาสารคาม,บุรีรัมย์,ชัยภูมิ,จันทบุรี,ชลบุรี,นครนายก,ลำปาง,เชียงราย,พิษณุโลก,นครสวรรค์,ชัยนาท,สิงห์บุรี,พระนครศรีอยุธยา,ปทุมธานี,กระบี่,ตรังและสงขลา

ทั้งนี้ให้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานสำเนาอิเล็กทรอนิกส์และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีและส่งรายงานสำนวนการไต่สวนเอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาดำเนินการต่อไป




ข่าวล่าสุด