19 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดจำปารามบ้านลุงปุง มีชาวบ้านกว่า 300 คน จากพื้นที่ หมู่ 2 หมู่ 8 หมู่ 17 และหมู่ 19 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มาร่วมลงชื่อประชาคมเพื่อร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากฝายบ้านลุงปุง มีลักษณะตื้นเขิน ผักตบชวาและวัชพืชเกิดขึ้นหน่าแน่นจนไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งได้อย่างเพียงพอ โดยชาวบ้านได้พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ฝายบ้านลุงปุง ซึ่งมีเนื้อที่กว่า 300 ไร่ ลักษณะมีผักตบชวาขึ้นหนาแน่นปกคลุมเกือบทั้งอ่าง โดยน้ำจะมีสีขุ่นออกดำส่งกลิ่นเหม็น ชาวบ้านต่างวิงวอนอยากให้หน่วยงานรัฐลงพื้นที่ช่วยเหลือเพราะน้ำเน่าเหม็นจนไม่สามารถผลิตน้ำประปาได้มากว่า 5 ปีแล้ว และไม่สามารถใช้ในทางการเกษตรได้เพราะตื้นเขินมาก ซึ่งช่วงฤดูฝนมีน้ำไหลเข้าอ่างน้อยมาก จึงไม่มีน้ำมาเติมให้เต็มอ่าง
ชาวบ้านทั้ง 4 หมู่ ต่างลงขันกันเช่าเหมารถบัส 2 ชั้น จำนวน 3 คันรวมตัวกว่า 200 คน นำโดยนายเชิดชัย สายรัตน์ ส.อบต.ท่าตูม เดินทางมาที่ศาลากลางจัวหวัดสุรินทร์ เพื่อเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โดยมีนายสมเกียรติ จันทร์แดง นิติกรชำนาญการพอเศษ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสุรินทร์ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือจากตัวแทนชาวบ้านทั้ง 200 คน ต่อมาชาวบ้านได้เดินทางไปยังสำนักงานโครงการชลประทานสุรินทร์ เพื่อยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึง นายสมชาย อังศิริลาวัลย์ รักษาการ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสุรินทร์ โดยมีนายเล็ก ดำรัตนา หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 เป็นผู้แทนรับเรื่อง และได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าไปพูดคุยในห้องประชุมเพื่อหารือในแนวทางการช่วยเหลือเบื้องต้น จนเป็นที่น่าพอใจของชาวบ้าน ซึ่งใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 30 นาทีเป็นอันยุติ