เพนกวิน-อานนท์ ยัน ไม่ได้ขัดแย้งกับ "เยาวชนปลดแอก"
16 ธ.ค. 2563 | Nattawut

เพนกวิน-อานนท์ ยัน ไม่ได้ขัดแย้งกับ เยาวชนปลดแอก เป็นเสรีภาพที่เสนอความเห็นได้ ย้ำแนวทางต่อสู้หลักคือ3ข้อเรียกร้อง แนะ ควรประเมินมวลชนและแนวคิดไปสู่ความสำเร็จ
ข่าว
16 ธ.ค. 2563 | Nattawut

เพนกวิน-อานนท์ ยัน ไม่ได้ขัดแย้งกับ เยาวชนปลดแอก เป็นเสรีภาพที่เสนอความเห็นได้ ย้ำแนวทางต่อสู้หลักคือ3ข้อเรียกร้อง แนะ ควรประเมินมวลชนและแนวคิดไปสู่ความสำเร็จ
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แกนนำกลุ่มราษฎร บอกภายหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหา มาตรา 358 ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า จากการชุมนุมวันที่ 14 ต.ค. ถึงกรณีที่โพสต์เฟสบุ๊กส่วน ของขบวนการเคลื่อนไหว ว่าไม่ได้เป็นสมาชิกกลุ่มเยาวชนปลดแอก โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นสมาชิกของเยาวชนปลดแอก และทำงานกับกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมมาโดยตลอดแต่มีทำวานร่วมกันบ้าง ซึ่งก็เคารพและมองว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิดกลุ่มเยาวชนปลดแอกจะแสดงออก
และยืนยันว่า ตนเองต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมและรัฐสวัสดิการ จึงตกผลึกเป็นสามข้อเรียกร้องของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และมองว่าถ้าหากปฏิรูปสถาบันฝ่ายกษัตริย์ได้ข้อเรียกร้องข้ออื่นๆก็จะบรรลุผลไปด้วย
ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง ว่าเนื้อหาของ กลุ่มเยาวชนปลดแอกไปได้กับขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้หรือไม่ เพราะการต่อสู้ไม่ใช่ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของทุกคนที่ออกมาร่วมกัน
พร้อมยกตัวอย่าง ในวันที่ 10 ส.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมประกาศข้อเรียกร้อง 3 ข้อ หากวันนั้นถ้าประชาชนไม่สนใจ ก็คงไม่สามารถไปต่อได้ ทั้งนี้ขอฝากถึงกลุ่มเยาวชนปลดแอก ขอให้ประเมินมวลชนดี และให้ประเมินด้วยว่าแนวคิดจะนำไปสู่ความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนตัวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเสนอแนวคิดหรือเนื้อหาต่างๆเป็นสิทธิเสรีภาพไปในเชิงการเคลื่อนไหว และตนเองก็ ไม่ใช่พวกสนับสนุนนายทุนผูกขาด แต่สนับสนุนรัฐสวัสดิการ
พร้อมยืนยันว่า ไม่มีความขัดแย้งกับ เพราะใช้แนวทาง แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง แยกกันเดินร่วมกันตี และใครเห็นด้วยกับข้อเสนอ3ข้อก็พูดคุยกันได้
ด้านนายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ที่วันนี้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา จากการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม และในข้อหาตาม ม.112 ซึ่งได้ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และตำรวจนัดหมายอีกครั้งวันที่ 25 ม.ค. ได้บอกถึงกรณีการโพสต์เฟซบุ๊ก ของกลุ่มเยาวชน ปลดแอก โดยยืนยันว่าไม่ได้ขัดแย้งกัน แต่ขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นขบวนการใหญ่ มีความคิดเห็นที่หลากหลาย แต่มีจุดร่วมที่สำคัญคือข้อเรียกร้อง3ข้อ และมองว่าเป็นเสรีภาพในการแสดงออกของกลุ่มใดก็ตาม ซึ่งสามารถแสดงออกได้ และถกเถียงกันตามระบอบประชาธิปไตยและมองว่าเป็นผลดีของการแสดงออกเพราะจะทำให้เกิดการขบคิด ซึ่งถือว่าไม่ได้เป็นความขัดแย้งแต่เป็นความเห็นที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้มองว่า สังคมมีความเป็นไปได้ในการปกครองหลายรูปแบบ และสามารถเสนอ ถกเถียงได้ แต่ความเป็นไปได้จริงๆคือความเห็นร่วมกันของคนในสังคม ซึ่งวันนี้มีความเห็นร่วมกันว่าประเทศไทยเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ให้มีสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่วันหนึ่งหากอยากเปลี่ยนระบอบเป็นแบบอื่นก็เป็นเรื่องถกเถียงกันได้ และสามข้อเรียกร้องหลัก เป็นฉันทามติร่วมกันของคนในสังคม และราษฎร ส่วนข้อเรียกร้องอื่น ก็สามารถเสนอและถกเถียงได้ ว่าจะเป็นการปกครองในระบอบไหนที่เอื้อต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่ากัน และขบวนการเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกตัดสินด้วยมวลชนที่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว
ส่วนกรณีการใช้มาตรา 112 ในการดำเนินคดี นายอานนท์ บอกว่า การใช้อำนาจ ม.112 ขณะนี้ เริ่มใช้ไปในทางการเมืองอย่างเลอะเทอะ ขอฝากเตือนไปยังพนักงานสอบสวน หากฟ้องโดยมุ่งหมายให้เกิดคดีอาญา ก็อาจจะโดนฟ้องกลับได้เช่นกัน
ทั้งนี้มองว่า การดำเนินคดีใน ม.112 ขณะนี้ เป็นการสะท้อนภาวะความกลัว ของการเคลื่อนไหวคนรุ่นใหม่