ส่วนวิธีการยัดเยียดใส่ความว่า เป็นคนของพรรคพลังประชารัฐนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ตนนำคนพรรคส่งลงสมัครนาย อบจ.นครพนม มาเทียบเคียง ซึ่งเป็นคนที่มีความแน่ชัดว่า เป็นคนพลังประชารัฐด้วย จึงสะท้อนถึงความสามานย์ได้อย่างมาก เพราะยัดเยียดให้คนอื่นเป็นพลังประชารัฐ ทั้งทมี่ไม่ได้เป็น แต่คนเป็นพลังประชรัฐกลับยกย่องเชิดชูเป็นนักประชาธิปไตย ดังนั้น การเลือกตั้ง อบจ. ช่วงโค้งสุดท้ายนั้น สาระหลักและสำคัญ คือ จะเห็นแก้พวกพ้องมากกว่าความถูกต้องของชาติบ้านเมืองหรือไม่ รวมทั้ง ถ้่าพวกพ้องสร้างความเสียหายให้กระบวนการยุติธรรมตั้งต้น ซึ่งตนต่อสู้มาตลอด แต่เพื่อไทยไม่เถียงตนว่า ผู้สมัครที่ส่งลงนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบอส กระทิงแดงหรือไม่ แต่กลับมาย้อนว่าทำไมพูดถึงตัวย่อ ช. ซึ่งรู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว แม้เปลี่ยนชื่อจริง ชื่อเล่นภายหลังก็ตาม แต่โดยลักษณะ ทั้งบุคลิก พฤติกรรมของบุคคลนั้น เป็นคนเดียวกันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีบอส กระทิงแดง ทั้งสิ้น "ทั้งพฤติกรรมนั้น คนในแวดวงก็รู้ว่า อำนาจและเงินตราที่ไปทำลายกระบวนการยุติธรรมตั้งต้นอย่างย่อยยับนั้น มันเป็นความเลวร้ายของชาติบ้านเมือง ถ้าไม่แยกจุดถูก-ผิดแล้ว วันข้างหน้าจะไปสู้อะไรได้ ที่สู้มานั้นเพื่อความยุติธรรมไม่ใช่หรือ หรือสู้เพื่อตามใจเจ๊ ถ้าเจ๊ไม่ชวยแล้วอยู่ไม่ได้ แต่ผมอยู่ได้ไม่มีปัญหา ถ้าผมตามใจเจ๊ ชีวิตผมจะอยู่อย่างบัดซบที่สุด อยู่เหมือนตายทั้งเป็น" ดังนั้น ยืนยันว่า ในคดีบอส กระทิงแดง จึงไม่อาจรับได้กับการปั้นพยานเท็จ เพื่อเปลี่ยนความเร็วรถจาก 177 กม.ต่อชั่วโมง มาเป็นคำให้การความเร็วแค่ 50-60 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งตามสามัญสำนึกย่อมรู้ได้ทันที่ว่า ความเร็วจากปากพยานเท็จรายนี้ไม่อาจชนจนลากร่างของดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ไปไกลได้ถึง 60 เมตร และรถมอเตอร์ไซด์ไปไกลถึง 160 เมตร ซึ่งต้องเกิดจากรถที่ขับด้วยความเร็วสูงเท่านั้น สิ่งนี้เป็นการพิสูจน์ชัดเจนว่า กระบวนการยุติธรรมตั้งต้นได้สมคบแหกตากัน
เมื่อพยานเท็จคนนี้ที่ชื่อนายจารุชาติ มาดทอง ตายด้วยอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซด์ล้ม อีกทั้งโทรศัพท์ถูกททุบทำลายจากคนอื่นที่อยู่ในก๊วนเดียวกัน ดังนั้นสภาพพ่อบ้านเศรษฐีในคดีบอสกับนายจารุชาติ จึงไม่แตกต่างกัน ถ้าถูกซักในชั้นการสอบสวนคงคายความจริงแน่ ดังนั้น ชุดนายวิชา จึงตั้งข้องสงสัยว่า ความตายนายจารุชาติ เหมือนถูกฆ่าตัดตอน นายจตุพร ตำหนิว่า พวกติ่งพรรคพร้อมเอาใจเจ๊แบบขาดสติ แค่ไม่พูดความจริงกับประชาชน ถามว่าแล้วจะให้คนชั่วไปเหยียบบันได้ อบจ.หรือ โดยในกรณีนี้ และในวันนี้ไม่ใช่เรื่องหน้าตาของใคร แต่เป็นเรื่องถูกต้องกับสิ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งต้องแสดงจุดยืนกันใหชัด อย่างไรก็ตาม ถ้าพรรคบอกว่า นาย ช.ไม่เกี่ยวกับ พ. และเป็นคนละคนกัน ก็ลองแถลงมาสิ ตนก็จะยอมใจเหมือนกัน เอาละจะแถเรื่องเจ๊ ก็ว่ากันไป แต่ลองไปดูปรากฎการณ์ของนายบุญทรง เข้าคุกไปหัวดำ เจออีกทีหัวขาวหาดำไม่ได้สักเส้นเดียว แต่นั่นเป็นสัจธรรมมนุษย์ "ส่วนเรื่องจุดยืนหลักคือ เราต่อสู้เรื่องอะไร เรื่องประชาธิปไตย เรื่อง รธน. เรื่องความถูกต้องในสิ่งที่ดีงาม แต่ที่สู้มานั้น ความคิดของคนที่สู้ไม่ได้ ต้องใช้ระบบพรรคมาแก้ตัว มันพังไม่รู้จะพังอย่างไงแล้ว"