ฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยความคืบหน้าการชำระหนี้ของลูกหนี้ที่เข้ามาตรการพักชำระหนี้ของธนาคาร ว่ามาตรการพักชำระหนี้ล็อตสุดท้ายที่จะสิ้นสุดในเดือนม.ค.64 วงเงินจำนวน 90,000 ล้านบาทนั้น ในจำนวนนี้มีอยู่ 9,000 ล้านบาท ที่ถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ต้องจับตา เพราะเข้าโครงการพักหนี้นานที่สุด โดยคาดในจำนวนดังกล่าวจะเป็นกลายหนี้เสีย หรือ เอ็นพีแอล จำนวน 4,500 ล้านบาท หรือประมาณ 50 % ของมูลหนี้
สำหรับการชำระหนี้ในล็อตแรกที่สิ้นสุดเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีลูกหนี้ที่ไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ประมาณ 9,000 ล้านบาท ต่อมาในล็อตที่สองสิ้นสุดเมื่อสิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา 275,000 ล้านบาท คิดเป็น 87% สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ ลูกหนี้ชำระได้บางส่วนมีประมาณ 8.7% และชำระไม่ได้เลย 4.5% ทั้งนี้ หนี้เสียของธนาคารเมื่อสิ้นเดือนต.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.68% หรือ 46,000 ล้านบาท ส่วนเดือน พ.ย.เพิ่มขึ้นอีกราว 2,600 ล้านบาท ส่วนหนึ่งเป็นหนี้เสียที่เกิดขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตามคาดว่าตลอดทั้งปีหนี้เสียจะอยู่ในระดับทรงตัว
สำหรับการปล่อยสินเชื่อ ณ สิ้นเดือน พ.ย.อยู่ที่ 195,000 ล้านบาท ขาดอีก 14,000 ล้านบาท ก็จะตามเป้าหมาย 210,000 ล้านบาท แต่คาดว่าในเดือนธ.ค.จะปล่อยสินเชื่อได้ถึง 23,000 ล้านบาท ด้านผลกำไรในปีนี้คาดจะอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท จากเป้าหมาย13,000 ล้านบาท เนื่องจากต้องกันไว้เพื่อสำรองการเลื่อนชั้นของลูกหนี้ซึ่งขณะนี้ธนาคารกันสำรองไว้เกินเกณฑ์แล้วราว 5,000 ล้านบาท