เนชั่นทีวี

ข่าว

'คนละครึ่ง' 2 เฟส ดันเงินหมุนเวียน 1.05 แสนล้าน

09 ธ.ค. 2563 | thitipong_mun

'คนละครึ่ง' 2 เฟส ดันเงินหมุนเวียน 1.05 แสนล้าน

ครม.ทุ่ม 4.25 หมื่นล้านกระตุ้นบริโภาค ดัน "คนละครึ่ง" เฟส 2 ลงทะเบียน 16 ธ.ค.รับ 3,500 บาท ให้สิทธิ์เพิ่ม 5 ล้านคน พร้อมช่วยผู้ถือบัตรสวัสดิการรัฐต่อ ม.ค.-มี.ค.64 จ่ายเพิ่มเดือนละ 500 บาท หวังเงินหมุนเวียน 1.05 แสนล้าน ดันเศรษฐกิจ 0.32%

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อนุชา บูรพชัยศรี ระบุ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบช่วยเหลือกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยให้วงเงินค่าซื้อสินค้าบริโภคอุปโภคจำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน ระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 1 มกราคม-มีนาคม 2564 สำหรับกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวนไม่เกิน 13.7 ล้านคน วงเงิน ไม่เกิน 2.07 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องอีกระยะหนึ่งให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กระตุ้นการใช้จ่ายในท้องถิ่นช่วยเหลือผู้ประกอบการในพื้นที่ถือเป็นเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ ครม.อนุมัติโครงการ "คนละครึ่ง" ระยะที่ 2 เริ่ม 1 มกราคม-มีนาคม 2564 เช่นกัน ประกอบด้วยผู้ได้รับสิทธิ์เดิมตามโครงการคนละครึ่งจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน และผู้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวนไม่เกิน 5 ล้านคน รวมถึงผู้ถูกตัดสิทธิจากการไม่ใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่ง ร้านค้าที่ร่วมโครงการ จำหน่ายสินค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป โดยไม่รวมถึงสินค้าสลากกินแบ่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และบริการต่างๆ ระยะเวลาดำเนินงาน 3 เดือน วงเงินรวม 2.25 หมื่นล้านบาท
สำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 จำนวน 15 ล้านคน ประกอบด้วย ผลทะเบียนเดิมจะได้สิทธิ์สนับสนุนค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป จากภาครัฐเพิ่มเติม 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 หรือไม่เกิน 3,500 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ
ส่วนผู้ลงทะเบียนใหม่ เริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2563 เป็นต้นไป ในเวลา 06.00-23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com และยืนยันตัวตนผ่านระบบ g-Wallet แอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อรับสิทธิ์ตามโครงการ โดยใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -31 มีนาคม 2564 และจะได้สิทธิ์ไม่เกิน 3,500 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ เงื่อนไขของโครงการ
    

'คนละครึ่ง' 2 เฟส ดันเงินหมุนเวียน 1.05 แสนล้าน


"โครงการคนละครึ่งระยะที่ 2 ที่ ครม.อนุมัติคาดว่าจะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 45,000 ล้านบาท ส่งผลให้จีดีพีขยายตัว 0.14% แต่เมื่อรวมทั้ง 2 ระยะ มีเงินหมุนเวียนในระบบจะสูงถึง 105,000 ล้านบาท จีดีพีขยายตัว 0.32%"
นอกจากนี้ โครงการนี้เป็นโครงการของรัฐบาล ที่ตั้งใจจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนทั้งในส่วนของค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป กระตุ้นการบริโภคและจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะหาบเร่ แผงลอย ให้มีรายได้จากการขายสินค้ามากยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจถึงระดับฐานรากอย่างต่อเนื่อง"

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบปรับปรุงโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยเพิ่มจำนวนห้องพักอีก 1 ล้านคืน จากเดิม 5 ล้านคืน เป็น 6 ล้านคืน จากเดิมประชาชนจองที่พักได้ไม่เกิน 10 คืน ต่อ 1 สิทธิ์ สามารถจองที่พักเพิ่มอีก 5 คืน เป็น 15 คืน ต่อ 1 สิทธิ์ การจองโรงแรมที่พัก จากช่วงเวลา 06.0021.00 น. เป็นช่วงเวลา 06.0024.00 น. และขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการ จากสิ้นสุดวันที่ 31 มกราคม 2564 เป็นวันที่ 30 เมษายน 2564รวมทั้งสนับสนุนค่าเครื่องบินจาก 2,000 บาท เป็น 3,000 บาท ใน 7 จังหวัดท่องเที่ยวหลัก ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สงขลา สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่และเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด พร้อมปรับลดกรอบวงเงินโครงการเหลือ 15,000 ล้านบาท จาก 20,000 ล้านบาท เนื่องจากประชาชนใช้สิทธิ์โรงแรมไปแล้ว 4 ล้านสิทธิ์ เบิกจ่ายเงินกู้ไปเพียง 4,195 ล้านบาท คิดเป็น 20.97% ของวงเงินโครงการ
ส่วนโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋าที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) อนุมัติให้ดำเนินการอยู่ภายใต้โครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้นยังไม่เสนอเข้า ครม.ซึ่งคงต้องรอให้คณะกรรมการกลั่นกรองเงินกู้พิจารณาก่อน
ทั้งนี้ กำหนดหลักเกณฑ์การลาสำหรับข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ ที่ลงทะเบียนและใช้สิทธิ์ โครงการไม่คิดเป็นวันลา 2 วันโดยกำหนดให้แสดงหลักฐานประกอบการลา โดยต้องมีหลักฐานแสดงการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ และ หลักฐานแสดงการเช็คอินและเช็คเอ้าท์โรงแรงที่พักตามโครงการฯ
นอกจากนี้ จัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางในรูปแบบคอนซูเมอร์แฟร์ 3 ครั้ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ ภาคเหนือ และภาคใต้ พร้อมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการเข้าร่วมโครงการฯ ควบคู่กับมาตรการสาธารณสุขต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยว งบประมาณ 9 ล้านบาท ภายใต้กรอบวงเงินโครงการ
   

'คนละครึ่ง' 2 เฟส ดันเงินหมุนเวียน 1.05 แสนล้าน


ครม.ยังเห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียด "โครงการกำลังใจ" เปิดให้บริษัทนำเที่ยวที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ โดยใช้หลักเกณฑ์เดิมของโครงการต้องเป็นบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้องตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวโดยจดทะเบียนก่อนวันที่ 1 มกราคม 2563 รวมบริษัทนำเที่ยวที่กรอกรายการนำเที่ยวไม่ครบ 15 รายการ สามารถกรอกเพิ่มเติมได้ และหากกรอกครบ 15 รายการแล้ว ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมได้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไตรศุลี ไตรสรณกุล ระบุ กระทรวงการคลังรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา 10 แห่ง พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ประจำปีงบประมาณ 2563 โดยได้กำหนดวงเงินกู้ไว้ไม่เกิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่ง ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 กระทรวงการคลังได้ลงนามสัญญากู้เงินและออกตราสารหนี้ภายใต้พระราชกำหนดแล้ว 373,761 ล้านบาท คิดเป็น 37.38% ของวงเงินกู้ตาม พ.ร.ก.
ขณะที่ ครม.ได้อนุมัติแผนงานหรือโครงการภายใต้ พ.ร.ก.ดังกล่าวแล้ว 46 โครงการ วงเงินรวม 476,587 ล้านบาท และหน่วยเจ้าของโครงการได้เบิกจ่ายเงินกู้แล้ว 298,071 ล้านบาท คิดเป็น 62.54% ของกรอบวงเงินตามที่ ครม.อนุมัติ ซึ่งกระทรวงการคลังจะทยอยกู้เงินเมื่อ ครม.อนุมัติโครงการเพิ่มเติมตามความจำเป็นและความสอดคล้องกับการใช้เงินของโครงการ

ข่าวล่าสุด