คดีนี้ศาลมีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ผ่านมา มีอัยการเป็นโจทก์ และมีจำเลย 2 คน คือ นายประสิทธิ์ อภัยพลชาญ กับ นายสุรกิจ ตั้งวิทวนิช
นายประสิทธิ์ เป็นเจ้าหน้าที่บริหารโครงการ แผนกโครงการธุรกิจ ในสํานักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นชื่อเดิม จึงมีสถานะเป็น "เจ้าพนักงานของรัฐ" ทำให้คดีขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางส่วนนายสุรกิจ ไม่ได้เป็นเจ้าพนักงาน แต่มีพฤติการณ์คล้ายเป็นนายหน้า
ทั้งสองคนได้ร่วมกันปลอมเอกสารของสำนักงานทรัพย์สินฯ ขึ้นทั้งฉบับ เป็นหนังสือเรื่อง "การพัฒนาที่ดินบริเวณองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย (ชิดลม)" หนังสือฉบับนี้ลงชื่อ นายสุรพล เล็กเลิศผล ตำแหน่งนักบริหารงานอสังหา ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ และมีการเซ็นลายเซ็นปลอม จากนั้นได้ส่งหนังสือถึง นายสกุลธร จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง ให้เสนอแผนพัฒนาที่ดินผืนนี้ โดยส่งหนังสือที่ปลอมขึ้นทั้งฉบับลักษณะเดียวกันนี้ 2 ครั้ง
จากนั้นก็ได้นำข้อมูลไปพูดคุยกับนายสกุลธร จนฝ่ายหลังหลงเชื่อว่า จะมีการเปิดให้ทําสัญญาเช่าระยะยาวบนที่ดินผืนนี้จริง จึงมอบหมายให้ให้จําเลยที่ 2 คือ นายสุรกิจ ดําเนินการติดต่อประสานงานและอํานวยความสะดวก เพื่อให้บริษัทฯ ได้สิทธิ์ในการเช่าที่ดิน โดยมีค่าตอบแทนถึง 500 ล้านบาท จากนั้นจําเลยทั้งสองได้ร่วมกันในลักษณะ "แบ่งหน้าที่กันทํา"
เมื่อเรื่องมีความคืบหน้า ถึงขั้นมีการจัดประชุมร่วมกัน ฝั่งจำเลยทั้ง 2 คน จึงมีการเรียกรับเงินเบื้องต้น 3 งวด รวม 20 ล้านบาท เพื่อตอบแทนเป็นค่าติดต่อประสานงาน และอ้างว่าเพื่อนำไปจูงใจ "ผู้ใหญ่ในหน่วยงาน" ทำให้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้รับความเสียหาย
ศาลพิพากษาว่า จําเลยทั้งสองมีความผิดจริง แยกเป็น
- ฐานร่วมกันปลอมเอกสารราชการ และใช้เอกสารราชการปลอม
- ฐานร่วมกันเป็นตัวกลางในการเรียกรับสินบน
รวมจําคุกคนละ 5 ปี แต่จําเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุกคนละ 3 ปี