ดร.ภญ.วลัยพร กล่าวว่า หลักเกณฑ์การเสนอรายชื่อผู้แทนเข้าชิงรางวัล จะต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านกำลังคนด้านสุขภาพในประเทศของตนอย่างน้อย 5 ปี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ผลักดันเรื่องกำลังคนในชุมชนหรือประเทศนั้นๆ รวมถึงมีศักยภาพองค์รวมในการผลักดันนโยบายในระดับชาติได้ แสดงศักยภาพของตนในเรื่องของความเป็นผู้นำและการมีทักษะเรื่องความคิดใหม่ๆ ให้กับชุมชน โดยมีคณะกรรมการนานาชาติพิจารณาตัดสิน ซึ่งปีนี้มีผู้แทนจากภูมิภาคต่างๆ เสนอรายชื่อเข้ามาเป็นจำนวนมาก และเป็นที่น่ายินดีสำหรับประเทศไทยที่ได้รับถึง 2 รางวัล ได้แก่ดร.กฤษดา แสวงดี นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงด้านแผนยุทธศาสตร์สาธารณสุขและกรรมการที่ปรึกษาสภาการพยาบาล ได้รับรางวัลพยาบาลดีเด่น เนื่องจากมีผลงานโดดเด่นด้านการพัฒนานโยบายและการแก้ปัญหากำลังคนในระดับประเทศ
ส่วนนายแพทย์ธวัชชัย เศรษฐศุภพนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก ได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่น จากผลงานการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังสุขภาพประชาชนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา ด้วยการจัดระบบบริการสุขภาพเชิงรุกให้ชาวต่างชาติเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานที่จำเป็น อนามัยแม่และเด็ก และการให้วัคซีนป้องกันโรค ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันโรคติดต่อชายแดน ทั้งวัณโรค หัด ไข้เลือดออก และชิคุนกุนยา และการควบคุมโรคโควิด 19 ตามแนวชายแดน ทำให้ไม่เกิดการระบาด