ทั้งนี้ การขาดวิตามินดีอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ยังขาดแคลเซียม ถึงแม้ว่าจะได้รับแคลเซียมจากอาหารแล้วก็ตามผลที่ตามมาเมื่อร่างกายขาดวิตามินดี และ แคลเซียมวิตามินดี และ แคลเซียมถือเป็นคู่หูสารอาหารที่ช่วยในด้านการเสริมสร้างมวลกระดูก ซึ่งการขาดวิตามินดีอาจเป็นสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่การขาดแคลเซียม เนื่องจากวิตามินดีจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ดังนั้นเมื่อขาดวิตามินดี ร่างกายก็จะดูดซึมแคลเซียมได้น้อยลง และเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดลง กลไกของร่ายการเราจะสลายมวลกระดูกเพื่อรักษาสมดุลของแคลเซียมในกระแสเลือด และเมื่อร่ายกายขาดแคลเซียมเป็นเวลานาน ผลในระยะยาวคือกระดูกเปราะบาง เสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน นอกจากนี้ยังมีผลกระทบอื่น ๆ กับการทำงานของร่ายกายอีกด้วย[7] อาทิ ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2 โรคซึมเศร้า อัลไซเมอร์ โรคติดเชื้อ รวมไปถึงปัญหาภูมิคุ้มกันต่ำ อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งบางชนิด อาทิ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งต่อมลูกหมาก และมะเร็งเต้านม[8] และยังส่งผลกับภาวะมีบุตรยากอีกด้วย[9]
คู่ซี้วิตามินดี แคลเซียม ประโยชน์ที่มากกว่าแค่กระดูกเป็นที่รู้กันดีว่าการที่ร่างกายจะดูดซึมแคลเซียมไปใช้ประโยชน์ได้จะต้องได้รับวิตามินดีในปริมาณที่เพียงพอควบคู่กันไปด้วย ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า วิตามินดีและแคลเซียมคือ เพื่อนคู่ซี้กันอย่างแท้จริง เพราะร่างกายของเราต้องการสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้อย่างเพียงพอเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการซ่อมแซม เสริมสร้างมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยป้องกันภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน หรือลดโอกาสกระดูกหักง่าย โดยกระบวนการนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับทั้งวิตามินดี และ แคลเซียมที่เพียงพอควบคู่กันไป