"ขณะนี้โรงสีในจังหวัดบุรีรัมย์ เพิ่งเปิดรับซื้อข้าวเปลือก โดยจังหวัดบุรีรัมย์ มีโรงสีทั้งสิ้น 22 ราย กำลังการผลิต 3,493 ตันต่อวัน กำลังการอบลดความชื้น ประมาณ 5,000 ตันต่อวัน ท่าข้าว 83 ราย หากเกษตรกรนำผลผลิตออกมาจำหน่ายมากจนเกินไป อาจทำให้เกินกำลังการรับซื้อและทำให้ราคาลดลงได้อีก ซึ่งสำนักงานฯ จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรชะลอการขายข้าวตามโครงการที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้อนุมัติมาแล้ว"นายปรารภกล่าว
นายปรารภกล่าวว่า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ สามารถที่จะเก็บข้าวเปลือกภายใต้โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2563/64 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินสินเชื่อให้กับเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการตันละ 11,000 บาท และยังได้ค่าฝากเก็บตันละ 1,500 บาท สำหรับเกษตรกรที่เก็บข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตนเอง แต่ถ้าเป็นสถาบันเกษตรกรที่รับซื้อข้าวเข้าฝากเก็บ จะได้ตันละ 1,000 บาท เกษตรกรได้ 500 บาท
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเสริมที่จะนำมาใช้ในการผลักดันราคาข้าวเปลือกให้ปรับตัวสูงขึ้นอีก ได้แก่ โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร สหกรณ์เสียดอกเบี้ยร้อยละ 1 เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน และโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการร้อยละ 3 เป้าหมาย 4 ล้านตัน