รายการ ถามสุดซอยWeekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.40 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย "หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์" ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "คุณหนิง" อดีตโสเภณี กับชีวิตที่เหมือนตกนรก ติดคุก ถูกซ้อม บังคับให้รับแขกวันละ 50 คน!
ทำอาชีพขายบริการตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
"18 ได้ค่ะ"
เหตุผลที่เราทำอาชีพนี้?
"ตอนนั้นเพิ่งคลอดลูกใหม่ๆ แล้วเราไม่มีเงินเลี้ยงลูก ที่บ้านฐานะไม่ค่อยดี ไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระพ่อแม่ ไหนจะลูกอีก เราเลยมาทำงานนี้ ไม่ใช่อยู่ดีๆ เราอยากขายนะ เราทำงานหลายอย่าง เราเป็นเด็กเสิร์ฟ ทำงานห้างแต่เงินไม่พอ จนวันนึงเพื่อนชวนไปทำงานที่พัทยา บอกว่าไปชงเหล้า ไม่ได้บอกว่าไปขายตัว เราก็เลยไป แล้วได้เงินเดือน 5 พัน มีทิปต่างหาก แต่พอไปถึงจริงๆ เราไปนั่งอยู่ในตู้ 3-4 วันเราไม่รู้ว่าเราขายตัว หนิงไม่เคยเห็นสังคมแบบนี้ บ้านเราปิดหูปิดตา เราคิดว่าถ้าแขกเลือกเรา เราก็ออกไปชงเหล้า แต่เราไม่รู้ว่าไปไหน แล้วมีคาราโอเกะอยู่ข้างใน เราก็คิดแค่นั้น"
ครั้้งแรกรู้สึกยังไง?
"เราก็ตกใจ เราชงเหล้าเสร็จเขาก็พาเราไปโรงแรม บอกว่าจะนอนกับเรา เราก็บอกว่าไม่ได้ หนูไม่ได้จะมาขายตัว พี่เขาบอกว่านี่คืองานขายตัว เราก็บอกว่าไม่ได้ๆ เราร้องไห้จะกลับบ้านแล้วอ้อนวอนเขาว่าอย่าทำอะไรหนูเลย เพราะเราไม่เคยนอนกับใคร นอกจากพ่อของลูก แล้วจังหวะน้ำนมไหล เขาก็ถามว่าอ้าว ทำไมน้ำนมไหล ก็เลยบอกว่าเพิ่งคลอดลูก หาเงินมาเลี้ยงลูก กะว่าทำงานเสิร์ฟ ไม่รู้จริงๆ ว่านี่คือขายตัว เขาก็บอกว่าให้เรานอน ตื่นเช้ามาให้เงิน 4 พันให้กลับกรุงเทพฯ เราก็ทำไมได้เงินเยอะ เพราะตอนนั้นได้เงินสูงสุด 3,500 บาท เราก็เริ่มคิดการณ์ไกล ถ้าทำงานอย่างนี้สักพัก เรามีเงินให้ลูก ให้ที่บ้าน ซื้อบ้านให้พ่อแม่อยู่ เราก็เลยเอาวะ ยินยอมพร้อมใจที่จะทำ"
ได้แต่ละคืนเท่าไหร่?
"สมัยก่อนขายบริการในเมืองไทยไม่ใช่ 400-500 นะ สมัยนี้มันถูก เมื่อก่อน 5000-6000 สามสิบปีที่แล้ว"
พอตัดสินใจเริ่มทำงาน มีระยะเวลาในใจมั้ยว่ากี่ปีจะเลิก?
"ตอนแรกตั้งใจทำไม่กี่เดือนแล้วเลิก แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ มันก็ไหลไปเรื่อยๆ ออกไม่ได้ จนอยู่มา 7-8 เดือนไม่ทำแล้ว กลับบ้าน แต่อีกสักพักก็ขออีกสักปีสองปี พอปีสองปีผ่านไปก็เลิกไม่ได้อีก เพราะไม่มีตังค์ เราก็ตั้งเป้าว่าจะซื้อบ้านให้ได้ก่อน แต่พอถึงเวลาก็ไม่ได้อีก เพราะเงินที่ได้มาง่ายๆ มันหมดไปกับอะไรก็ไม่รู้ กินเที่ยวเล่นช็อปปิ้ง พอไปอยู่เมืองนอกชีวิตเละมาก ติดการพนัน ลืมเป้าหมาย"
ทำทั้งหมดกี่ปี?"วนเข้าวนออก 20 กว่าปี"
ทำไมวงการนี้เข้าแล้วออกยาก?
"ทุกคนมีเป้าหมายหมด แต่พอเข้าไปแล้วเลิกไม่ได้ มันเหมือนมีบางอย่างทำให้เราติดใจหลงใหล เงินได้มาง่ายๆ กับการไปรับกติกาการเป็นมนุษย์เงินเดือน เขาทนกันไม่ได้ พอออกมาแบบนี้มันเสรี ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ หรือฟลุคมีสามีฝรั่ง แต่อยู่มา 20 ปีก็ไม่เห็นใครขายตัวแล้วรวย นอกจากได้สามีรวย แต่งงานแล้วเลิกอาชีพนี้ไปเลย เงินได้ง่าย พอได้ง่ายก็ทำให้เราติดใจ ซึ่งตอนเราเข้าไปเราก็คิดว่าง่าย แต่ไม่ง่ายนะ เพราะเวลาทำงานเราเจอแขกสารพัดรูปแบบ ทั้่งคนแก่บงี่เง่า ขี้เมาซาดิสต์ วิตถาร โสโครก เจอคนตบตีทำร้าย ขโมยตังค์ สารพัด สิ่งเหล่านี้ไม่มีใครออกมาพูดมาเล่า จะเห็นแค่คนขายบริการใช้ของแบรนด์เนม ใช้ชีวิตหรูหราฟุ้งเฟ้อ แต่สิ่งที่เขาโดนเขาก็ไม่ได้มาเล่าเพราะอาย ไม่อยากเล่าให้ใครฟัง ก็จะโชว์แต่ภาพลักษณ์ดีๆ ทำให้คนอื่นอยากเป็นแบบนี้บ้าง แต่พอเข้ามาแล้วไม่ได้จะออกไปได้ง่ายๆ"
พี่ทำงานขายบริการทั้งหมดกี่ประเทศ?
"4-5 ประเทศค่ะ ฮ่องกง สิงคโปร์ ญี่ปุุ่น บาเรนห์"
แต่ละประเทศแตกต่างกันยังไง?
"ก็เริ่มจากการทำงาน ฮ่องกงกับสิงคโปร์เราทำงานใช้หนี้่เป็นรายหัว ระยะการทำงานสั้นไม่เกิน 1 เดือน สิงคโปร์ใช้หนี้ประมาณ 80 คน ระยะการทำงานคือสองอาทิตย์ขึ้น สองอาทิตย์คุณต้องใช้หนี้ให้หมด 80 คนหรือ 150 คน อันนี้เราจะไม่ได้ค่าตัวแม้แต่บาทเดียว เราต้องใช้หนี้ให้หมดก่อนแล้วมาหารแบ่งกันอีก"
หนี้อะไร?
"ค่าแท็กค่ะ คือค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่พ่อแท็กหรือแม่แท็กจัดส่งเราไป ญี่ปุ่นเราใช้หนี้เป็นตัวเงิน เราอยู่ได้ยาวนานเป็นโรบินฮู้ด บางคนอยู่ได้ 7-10 ปีก็มี"
ไม่โดนตร.หรือตม.?
"มีค่ะ ถ้าวันไหนซวยก็จะโดนจับ เพราะเวลาเราไป เราจะมีวีซ่า 3 เดือน ถ้าเกิน 3 เดือนวันไหนตร.ขึ้นร้านก็รวบเราไป หรือบาเรนห์ตร.มาล่อซื้อแล้วจับเราไป เราก็ซวยแล้วส่งกลับ เราเองแทบทุกครั้งที่โดนจับไม่เคยมีเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ไม่เคยพกตังค์ ไม่มีเงินติดตัว ก็ถูกส่งกลับ"