นักล่าสัตว์ป่าแถบเทือกเขาพนมดงรัก อาละวาด หมูป่าตาย 3 เลียงผา ติดกับดักบ่วงสลิง ที่ขาด้านขวา เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ ตัดลวดสลิงออกจากขาและสามารถกลับเข้าไปในถิ่นอาศัยได้

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 9 เปิดเผยว่า พื้นที่ป่าชายแดนไทย-กัมพูชา ป่าพนมดงรัก พบภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้ลงพื้นที่ จึงสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ชุด Smart Patrol ออกตรวจลาดตระเวนเข้มมาขึ้น และพบว่าในวันเดียว เกิดเหตุ 2 พื้นที่ป่าอนุรักษ์ รายละเอียดดังนี้ 


 วันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 เจ้าหน้าที่ ชุด Smart Patrol ขสป.พนมดงรัก  ออกตรวจลาดตระเวนภัยคุกคาม จนกระทั่งถึงบริเวณป่าพนมปรอปร๊อก ท้องที่ตำบลบักดอง อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ พบเลียงผา ยืนอยู่ในพุ่มไม้ เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าใกล้มากขึ้น เลียงผากลับไม่วิ่งหนี จึงแปลกใจเดินเข้าใกล้อีก จึงทำให้ทราบว่า เลียงผากำลังติดกับดักบ่วงสลิง ที่ขาด้านขวา เจ้าหน้าที่ จึงเข้าช่วยเหลือ ตัดลวดสลิงออกจากขาสัตว์ ซึ่งสัตว์ไม่มีอาการอ่อนล้าแต่อย่างใด และสามารถกลับเข้าไปในถิ่นอาศัยได้ คาดว่าเลียงผาพึ่งจะติดบ่วงล่าสัตว์ และผู้ล่าสัตว์ที่มาติดบ่วง ยังไม่ถึงเวลาขี้นมาตรวจสอบบ่วงของตน และหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพื้นที่บริเวณใกล้เคียงพบบ่วงดักสัตว์อีกจำนวนหนึ่ง จึงได้เก็บกู้บ่วงท้ังหมด 

วันเดียวกัน คณะเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวน Smart Patrol ขสป.ห้วยศาลา ออกตรวจลาดตระเวนถึงบริเวณป่าทิศใต้บ้านโอบังโกว์ ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 5 กม. อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ท้องที่ตำบลไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พบรถจักรยานยนต์พวงข้างมีผ้าไบคลุม พร้อมชายต้องสงสัย 4 คน มีพิรุค  จึงได้แสดงตัว และขอตรวจสอบ พบซากหมูป่า จำนวน 3 ซาก ภายในรถพวงข้างที่มีผ้าไบคลุม จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ซึ่งเป็นชาวไทย ทราบชื่อ 1.นายบุญยัง จันทราทิพย์ อายุ 58 ปี 2.นายกฤษดา จันทราทิพย์ อายุ 44 ปี 3.นายสมใจ ศรีสองเมือง อายุ 25 ปี และ4.นายวีระชัย ทองแดง อายุ 15 ปี เป็นราษฎรบ้านวนาสวรรค์ หมู่ที่ 5 ตำบลไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
ตรวจสอบของกลางพบ 1. ซากหมูป่าเพศผู้ จำนวน 3 ซาก รวมน้ำหนัก 58 กก. 2. รถจักรยานยนต์พวงข้าง 1 คัน 3. มีดถางป่า 1 ด้าม 4.มีดปลายแหลมเล็ก 2 ด้าม 5. ลวดสลิง 3 เส้น พร้อมอุปกรณ์กระทำความผิดอื่นๆ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย 

นายชัยวัฒน์ เผยว่า แม้พื้นที่ป่าแถบเทือกเขาพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเจ้า นอกจากจะต้องเสี่ยงภัยจากกับผู้ล่าที่ลักลอบเข้ามาล่าสัตว์ป่า และตัดไม้ แล้ว ยังต้องเสี่ยงกับกับระเบิดตามแนวชายแดนอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทุกนายยังคงทำงานหนักอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าให้คงอยู่ เพื่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์