สนามเลือกตั้ง อบจ.โคราชเริ่มเข้มข้นขึ้นมาทันที เมื่อพรรคการเมืองทั้งซีกรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านจับมือกันดัน "เจ๊หน่อย" ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ภรรยาของกำนันป้อ" นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล" รมช.พาณิชย์ และเจ้าของโรงแป้งมันเอี่ยมเฮง ลงชิงชัยเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา เพื่อเข้าไปคุมงบประมาณบริหารกว่า 4,000 ล้านบาท โดยแกนนำพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูลและนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล จับมือกับนายวิรัช รัตนเศรษฐและ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคพลังประชารัฐ,นายประเสริฐ จันทรรวงทอง จากพรรคเพื่อไทย และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ จากพรรคชาติพัฒนา ให้การสนับสนุน"เจ๊หน่อย" โดยมีข้อตกลงที่เป็นนัยทางการเมืองซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเก้าอี้ รองนายก อบจ.และเก้าอี้ ส.อบจ.ที่แต่ละพรรคจะไม่ส่งผู้สมัครแข่งขันกันเองทำให้คอการเมืองฟันธงว่า "ดร.ยลดา"กลายเป็นตัวเต็งคว้าเก้าอี้นายก อบจ.โคราชขึ้นมาทันทีเพราะมีทั้งพรรคการเมืองระดับประเทศที่มี ส.อบจ.ในสังกัดหลายคนคอยหนุน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังซึ่งเป็นเครือข่ายของโรงงานแป้งมันเอี่ยมเฮงพร้อมเทใจให้ที่สำคัญยี่ห้อ"เอี่ยมเฮง" จะเหนือกว่าผู้สมัครรายอื่นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนทุกด้าน
ขณะที่หมอแหยง นายแพทย์สำเริง แหยงกระโทก อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา เมื่อ 8 ปีก่อน ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญชิงเก้าอี้ ซึ่งเพิ่งลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) เพราะผิดหวังที่ถูกผู้ใหญ่เททั้งๆ ที่ประกาศจะลงสมัครมานาน แต่เมื่อแกนนำพรรคภูมิใจไทยเปิดไฟเขียวให้นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์ ส่งภรรยาคู่ชีวิต ดร.ยลดา หวังศุภกิจโกศล ลงชิงเก้าอี้นายก อบจ.นครราชสีมา หมอแหยงจึงต้องตัดสินใจลงสมัครอิสระในนามกลุ่มรักษ์โคราช ซึ่งหมอแหยงเคยดำรงตำแหน่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และถือว่าเป็นนายแพทย์ที่ใกล้ชิดและมีบทบาทสนับสนุนงานของ อสม.ทั้ง 32 อำเภอใน จ.นครราชสีมามาตลอด "หมอแหยง" จึงเชื่อว่าตนเองนั่งอยู่ในใจของ อสม.ทั้งจังหวัด นอกจากนี้ยังได้ "ผอ.ทอง" นายทอง วิริยะจารุ ประธานสันนิบาตสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา มาให้การสนับสนุนและหมอแหยงเชื่อใจว่า ผอ.ทองฯ จะโน้มน้าวใจกลุ่มครูที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา และกลุ่มครูที่ชอกช้ำหลังถูกนักการเมืองแกนนำพรรครัฐบาลเททิ้งจากกรณี "ทุจริตสนามฟุตซอล" มาเทคะแนนให้อีกทางหนึ่ง ขณะเดียวกันยังมีอดีต ส.ส.นครราชสีมา อย่าง "สมชัย ฉัตรพัฒนศิริ" ประกาศหนุนนโยบาย "สภาประชาชน" คือคำตอบที่โปร่งใส ไม่ใช่เป็นสภาของผู้รับเหมา ของหมอแหยงอย่างเต็มตัว
ขณะที่ผู้สมัครแข่งขันอีก 2 คน คือ นายวิฑูร ชาติปฏิมาพงษ์ อดีตนายก อบจ.นครราชสีมา ซึ่งลงสมัครในนามอีสระ ก็มีฐานคะแนนเสียงของตัวเอง แต่ที่ประมาทไม่ได้ คือผู้สมัครจากทีม "คณะก้าวหน้า" ดร.สาธิต ปิติวรา ที่ครั้งนี้โหนกระแสกลุ่มเยาวชนและนักศึกษาที่มีสิทธิ์เลือกตั้งมากกว่า 6 แสนคน พร้อมชูนโยบายที่สอดคล้องกับคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษา ส่วนแผนบริหารจัดการงบประมาณปีละ 4 พันล้านบาท จะเน้นเปิดเผยต่อสาธารณชน หรือOpenGovermentโดย ดร.สาธิต ปิติวรา ผู้สมัครจากคณะก้าวหน้า ก็มีฐานคะแนนเสียงสำคัญจากคนรุ่นใหม่ และเจ้าตัวก็ไม่หวั่นไหวจะถูกคู่แข่งหาเสียงโจมตีกรณีมีแนวคิดล้มล้างสถาบัน นอกจากนี้ ดร.สาธิต จึงมีลุ้นส้มหล่นจากใบแดงของคู่แข่งอีกด้วย