5 พฤศจิกายน 2563 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงความคืบหน้า การชุมนุมของกลุ่มเห็นต่างทางการเมือง ภาพรวมในการดำเนินคดีของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในห้วงที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้จับกุมผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไปแล้วจำนวน 85 ราย
เป็นผู้ต้องหาจำนวน 79 คน ข้อหาสำคัญคือข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, การกระทำผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำนวน 68 ราย, ความผิดประทุษร้ายตามมาตรา 110 จำนวน 3 ราย, กระทำผิดตามมาตรา 116 จำนวน 13 ราย, และความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.เปรียบเทียบปรับ เช่น พ.ร.บ.ความสะอาด หรือพ.ร.บ.อื่นๆ จำนวน 2 ราย ทั้งนี้ นับตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีการรวมตัวชุมนุมกันของกลุ่มต่างๆ ซึ่งมีการกระทำผิดกฎหมายในภาพรวมทั่วประเทศจำนวน 140 คดี ใน 26 จังหวัดทั่วประเทศ
ในการชุมนุมเจ้าหน้าที่อยากให้เคารพกฎหมายเป็นหลัก โดยเฉพาะการแจ้งการชุมนุมกับตำรวจที่รับผิดชอบ ตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ โดยการแจ้งตามพ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะนั้นจะเป็นการแจ้งให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบ และเจ้าหน้าที่ จะได้จัดกำลังไปอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีทั้งการแจ้งและไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่รับทราบ นอกจากนี้แล้ว แม้ว่าจะมีการแจ้งการชุมนุมให้เจ้าหน้าที่รับทราบก็ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายในหลายส่วน
พ.ต.อ. กฤษณะ กล่าวว่า ผู้ที่จะออกมาชุมนุม สามารถใช้สิทธิได้ตามกฎหมาย แต่กฎหมายก็บอกไว้ชัดเจนว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร หลังจากที่มีการออกมาชุมนุมโดยไม่มีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรืออาจจะมีการแจ้งแล้วมีการกระทำความผิดกฎหมายในส่วนอื่นนั้น สุดท้ายแล้วพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการตามกรอบกฎหมายที่ให้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยที่ไม่ได้มี 2 มาตรฐาน