5 พฤศจิกายน 2563 นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การที่สหรัฐอเมริกาประกาศตัดสิทธิพิเศษทางการค้า (จีเอสพี ) ต่อไทย ภาครัฐและผู้ประกอบการไทยได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว เช่น กระทรวงพาณิชย์ จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย ด้วยกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเจรจาจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) การส่งเสริมให้สินค้าไทยเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเข้าสู่ผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ โดยตรง แทนการค้าในระบบเดิม รวมทั้งร่วมมือกับผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ เพื่อทดแทนตลาดหลักที่เติบโตจนอิ่มตัว
" ไทยยังสามารถส่งสินค้าออกไปขายในตลาดสหรัฐฯ ได้ปกติ เพียงแต่ต้องกลับไปเสียภาษีนำเข้าในอัตราปกติ ซึ่งสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP จำนวน 231 รายการนั้น ไทยใช้สิทธิจริงในปี 2562 เพียง 147 รายการ มีการประเมินภาษีที่ไทยต้องเสียอยู่ที่ 600 ล้านบาท ส่วนสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ GSP เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ และเคมีภัณฑ์บางชนิด ซึ่งเป็นสินค้าของไทยที่มีศักยภาพการส่งออกทั้งตลาดสหรัฐ ตลาดยุโรปและเอเชีย "
เขา กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้ข้อสังเกตว่า สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร ของสหรัฐฯเป็นการให้จากสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียวกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและพัฒนาน้อยที่สุดแล้ว วันหนึ่งอาจจะต้องหมดไป เพราะไทยสามารถเติบโตและพัฒนาสูงขึ้นจนอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีรายได้ปานกลาง รัฐบาลจึงพยายามเดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ เน้นการเติบโตจากเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งการส่งเสริมการลงทุนใน 10+2 อุตสาหกรรมใหม่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์โรโบติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และสุขภาพ รวมไปถึงการพัฒนาการเกษตร สนับสนุนการจดทะเบียนสินค้าเกษตร GI ของไทย เพื่อปรับรูปแบบสินค้าไทย เพิ่มมูลค่า ให้เป็นที่ต้องการของตลาดโลก