เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กป้อม"กำชับคุ้มครองทรัพยากรทะเล-ชายฝั่ง

04 พ.ย. 2563 | sutthirak

"บิ๊กป้อม"กำชับคุ้มครองทรัพยากรทะเล-ชายฝั่ง

"บิ๊กป้อม" นั่งหัวโต๊ะ กก.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ กำชับให้มุ่งเน้นความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พะยูน ดึงภาคประชาชนร่วมอนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์และสมดุล

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2563  พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อหารือแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรับรองร่างรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทย พ.ศ. 2562 พร้อมผลักดันการออกกฎหมายลำดับรอง ตามมาตรา 21 จำนวน 2 ฉบับ และการออกกฎหมายลำดับรองตามมาตรา 18 และกำหนดมาตรการคุ้มครองตามมาตรา 23 จำนวน 4 ฉบับ ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 

อนึ่ง ที่ประชุมคณะกรรมการฯ ได้ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินงานโครงการนำร่องการใช้ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจำนวน 7 ขาแท่นไปวางเป็นปะการังเทียม เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการประกาศใช้กฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องตามมติคณะกรรมการฯ ที่ผ่านมา

พลเอกประวิตรกล่าวว่าคณะกรรมการฯได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อร่างรายงานสถานการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่งของประเทศไทยพ.ศ. 2562ซึ่งในภาพรวมสถานภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งยังจำเป็นต้องได้รับการจัดการอย่างจริงจังต่อเนื่องและเป็นระบบเพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนของทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นการประกาศพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่งการดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างไรก็ตามจำเป็นต้องบูรณาการทุกภาคส่วนรวมถึงภาคประชาชนในการร่วมมือกันในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและป้องกันรักษาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงอยู่อย่างสมบูรณ์และสมดุล

นายวราวุธศิลปอาชารมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าการขับเคลื่อนการดำเนินงานต้องคิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญอีกทั้งต้องเกิดความยั่งยืนไม่สร้างผลกระทบภายหลังสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์ให้ได้อย่างสมดุลและได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการฯอย่างเคร่งครัดสำหรับสถานการณ์ที่หน่วยงานได้สรุปรายงานในภาพรวมปี2562เสนอให้เพิ่มความเข้มข้นในการดำเนินการให้มากขึ้นรวมถึงการประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักให้กับพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เห็นความสำคัญและเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

สำหรับ

นายจตุพรบุรุษพัฒน์ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่าให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทุกขั้นตอนไม่ว่าจะเป็นการกำหนดนโยบายการจัดทำและดำเนินโครงการทุกอย่างต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดังเช่นการยกร่างกฎกระทรวงกำหนดเขตพื้นที่ใช้มาตรการในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทั้ง2พื้นที่ได้แก่(1)ตำบลชุมโคอำเภอปะทิวจังหวัดชุมพรและ(2)พื้นที่ตำบลลำแก่นตำบลท้ายเหมืองตำบลนาเตยอำเภอท้ายเหมืองและตำบลโคกกลอยอำเภอตะกั่วทุ่งจังหวัดพังงาก่อนที่จะนำเสนอต่อคณะกรรมการฯก็ต้องผ่านความเห็นชอบของพี่น้องประชาชนในพื้นที่รวมถึงคณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชนร่วมพิจารณาด้วย

นอกจากนี้ตนได้เร่งรัดกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งให้เร่งรัดประกาศพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ตามมาตรา18ภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพ.ศ. 2558ให้ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์ของประเทศเพื่อมิให้สูญเสียพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นซึ่งในครั้งนี้คณะกรรมการฯก็ได้เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์4พื้นที่ในจังหวัดเพชรบุรีชลบุรีสุราษฎร์ธานีและปัตตานีอย่างไรก็ตามจะได้เร่งรัดติดตามอย่างใกล้ชิดในการออกกฎหมายลำดับรองเพื่อคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งรวมถึงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ข่าวล่าสุด