เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลตัดสินคุก"ไต้หวัน"หัวโจกอีเกิ้ลฯ 50 ปี

04 พ.ย. 2563 | sutthirak

ศาลตัดสินคุก"ไต้หวัน"หัวโจกอีเกิ้ลฯ 50 ปี

ศาลอาญา พิพากษา บริษัท อีเกิ้ลเกตส์ กรุ๊ป จำกัด มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จำคุกตัวการใหญ่ชาวไต้หวัน 50 ปี และจำเลยอื่น คนละ 20 ปี รวมทั้งชดใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย

ตามที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการสอบสวนคดีพิเศษที่ 103/2560 กรณี บริษัท อีเกิ้ลเกตส์ กรุ๊ป จำกัด กับพวก มีพฤติการณ์เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุน ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ โดยอ้างว่าเป็นบริษัทซื้อขายดัชนีหุ้นมาจากสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งบริษัทมาแล้วกว่า 10 ปี โดยให้กลุ่มหนึ่งจัดบรรยายชักชวนผู้เสียหายในประเทศไทยให้หลงเชื่อร่วมลงทุนกับบริษัท และอีกกลุ่มหนึ่งทำหน้าที่ในการยักย้ายถ่ายโอนเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากผู้เสียหาย ซึ่งคดีนี้มีผู้เสียหายประมาณ 250 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 235 ล้านบาท

ศาลตัดสินคุก"ไต้หวัน"หัวโจกอีเกิ้ลฯ 50 ปี

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย เป็นผู้ต้องหาชาวไทย 19 ราย และชาวต่างชาติ 2 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีในชั้นศาล ส่วนผู้ต้องหาชาวต่างชาติรายอื่น อยู่ระหว่างประสานงานกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่างชาติเพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี

ต่อมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ4ได้ยื่นฟ้องผู้ต้องหากลุ่มแรกรวม13รายและเมื่อวันที่18มีนาคม2563ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาว่าจำเลยที่1ที่3ที่4ที่5ที่6ที่7ที่8ที่9ที่10ที่12และที่13มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นรายกระทงรวมโทษจำคุกคนละ10ปี

ทางนำสืบจำเลยให้การเป็นประโยชน์ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามคงจำคุกคนละ6ปี8เดือนและปรับจำเลยที่3ที่5และที่6คนละ1,000,000บาทหากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา29และให้จำเลยร่วมกันคืนต้นเงินให้แก่ผู้เสียหายทั้งหมดพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ7.5ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสำหรับจำเลยที่2และที่11ให้ยกฟ้อง

ต่อมา พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ4ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้ต้องหาอีกกลุ่มหนึ่งรวม6รายเป็นจำเลยที่1 - 6ซึ่งรวมถึงตัวการใหญ่ชาวไต้หวันที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและแชร์ลูกโซ่หลายกลุ่ม

ล่าสุดเมื่อวันที่28ตุลาคม2563ศาลอาญาได้มีคำพิพากษาในคดีนี้ว่าจำเลยที่1 - 6มีความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนและฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญาและจำเลยที่1มีความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่1กำหนด50ปีจำเลยที่2ที่3ที่4ที่5และที่6คนละ20ปีรวมทั้งให้จำเลยทั้งหกร่วมกันคืนหรือใช้เงินให้แก่ผู้เสียหาย12รายตามจำนวนที่ผู้เสียหายแต่ละรายนำมาร่วมลงทุนและยังไม่ได้รับคืนพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ8ต่อปีนับแต่วันที่ได้กู้ยืมไปนอกจากนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษยังได้ดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ต้องหาและบุคคลที่เกี่ยวข้องในความผิดฐานฟอกเงินอีกด้วย