เอพี รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา กองกำลังรัฐอิสลาม หรือ ไอเอส ได้ก่อเหตุสะเทือนขวัญครั้งใหญ่กลางกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เมื่อบุกเข้ามหาวิทยาลัยคาบูล และสังหารเหยื่อที่เป็นนักศึกษา ภายในรั้วมหาวิทยาลัย จนเสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา และยังมีผู้บาดเจ็บอีก 22 คน อาการไม่สู้ดีหลายคน หวั่นว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก
เหตุเกิดภายในรั้วมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของอัฟกานิสถาน ขณะจัดงานเทศกาลหนังสือและเชิญเอกอัครราชทูตอิหร่าน ชาติที่นับถือนิกายชีอะห์มาร่วมงาน บริเวณคณะนิติศาสตร์และการสื่อสารมวลชน คนร้ายกราดยิงด้วยปืนกลอัตโนมัติ พร้อมปาระเบิดเข้าใส่เหยื่ออย่างไม่เลือกหน้า ทำให้นักศึกษาและอาจารย์แตกตื่นวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
ภายหลังเหตุการณ์ กลุ่มนักรบตาลิบันรีบแถลงว่า ไม่เกี่ยวข้องด้วย จากนั้นไม่นาน กลุ่มไอเอสที่เป็นนิกายสุหนี่สายสุดโต่ง ได้ประกาศตัวเป็นผู้ลงมือ และว่าเล็งเป้าหมายไปยังบัณฑิตที่จะไปเป็นผู้พิพากษาและทีมสอบสวนของรัฐบาล
แถลงการณ์ของไอเอสระบุว่า มีนักรบของกลุ่มเพียง 2 รายที่ร่วมปฏิบัติการนี้ ไม่ใช่ 3 รายอย่างที่ทางการแถลง และยืนยันว่า ไม่ได้เล็งเป้าหมายไปที่ทูตอิหร่านแต่อย่างใด
เหตุการณ์นี้เกิดเป็นครั้งที่2 ต่อเนื่องจากที่ กรณีกลุ่ม "ไอเอส" ที่เพิ่งได้บุกสังหารหมู่ที่ศูนย์ติวเตอร์ ในย่านชุมชนนิกายชีอะห์ โดยสังหารนักศึกษา ไปจำนวน 24 ราย และบาดเจ็บนับร้อย เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นนักศึกษา และเกรงกันว่ายอดผู้เสียชีวิตอาจจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะผู้บาดเจ็บบางคนอยู่ในสภาพวิกฤต
เมื่อการโจมตีเปิดฉากขึ้น นักศึกษาและบรรดาอาจารย์ ต่างก็พากันวิ่งหนีออกมาจากอาคารที่เป็นที่ตั้งของคณะนิติศาสตร์และสื่อสารมวลชน ท่ามกลางเสียงระเบิดและปืนยาวอัตโนมัติ ขณะที่ทหารกองกำลังปฏิบัติการพิเศษของอัฟกานิสถาน ก็เข้าล้อมมหาวิทยาลัย และนำนักศึกษากับคณะครูอาจารย์ออกไปยังจุดที่ปลอดภัย นักศึกษาคนหนึ่งเล่าว่า เห็นผู้ก่อการร้ายที่ถือปืนพกและปืนอากา ยิงใส่มหาวิทยาลัย ซึ่งถือว่าที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ และมีนักศึกษา 17,000 คน