อเล็กซานเดอร์ บอริส เดอ เฟ็ฟเฟิล จอห์นสัน หรือ (บอริส จอห์นสัน)นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) สั่งการมาตรการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ หลังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 1 ล้านคน ท่ามกลางความกังวลว่า การแพร่ระบาดของเชื้อในรอบใหม่นี้ อาจทำให้ระบบสาธารณสุขรับมือไม่ไหว โดยสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นชาติที่มียอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในยุโรป กำลังเผชิญกับอัตราการติดเชื้อมากกว่า 20,000 เคสต่อวัน ทั้งนี้ บรรดานักวิทยาศาสตร์ ได้ออกมาเตือนว่า กรณีดังกล่าวถือว่าเลวร้ายสุด ดินแดนแห่งนี้อาจมีตัวเลขผู้เสียชีวิตเกินกว่า 80,000 คนแล้วทั่วประเทศ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศอังกฤษ มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว 1,011,660 คน หลังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 21,915 คนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้เป็นประเทศอังกฤษเป้นประเทศที่ 9 ของโลก ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 1 ล้านคน ส่วนจำนวนผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 46,555 คน หลังพบผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 326 ราย
ทั้งนี้ นายกฯจอห์นสัน ยังได้เปิดแถลงข่าวที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรี ถนนดาวนิ่ง หลังข่าวล็อกดาวน์ได้ถูกเผยแพร่ออกไปถึงสื่อมวลชน โดยระบุว่า คำสั่งล็อกดาวน์ 1 เดือนทั่วอังกฤษ จะเริ่มขึ้นหลังผ่านพ้นเที่ยงคืนเช้ามืดวันพฤหัสบดี (5พ.ย.) และมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ซึ่งถือว่าจะมีการเข้มงวดที่สุดหนหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ โดยประชาชนจะได้รับอนุญาตออกจากที่พักอาศัยเฉพาะบางเหตุผลเท่านั้น อย่างเช่นไปเรียน ทำงาน ออกกำลังกาย จับจ่ายซื้อของที่จำเป็น รวมไปพบแพทย์ หรือดูแลผู้ป่วย ซึ่งมาตราการดังกล่าวเราต้องเร่งดำเนินการในช่วงนี้ "จอห์นสัน" กล่าว
นายกฯจอห์นสันยังกล่าวด้วยว่ารัฐบาลจะนำโครงการอุดหนุนค่าจ้างฉุกเฉิน เพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อรับประกันว่าบรรดาแรงงานที่ถูกเลิกจ้างชั่วคราว ระหว่างมาตรการล็อกดาวน์ทั่วอังกฤษรอบใหม่ จะได้รับค่าแรง 80% จากค่าจ้างทั้งหมด นอกจากนี้ร้านค้าสินค้าจำเป็น โรงเรียน และมหาวิทยาลัย จะยังคงเปิดทำการต่อไป สำหรับกีฬาระดับอาชีพ ยังจะได้รับอนุญาตให้แข่งขันต่อ ส่วนกีฬาสมัครเล่น ทั้งผู้ใหญ่และเด็กๆ จำเป็นต้องงดไปก่อน
(ที่มา:รอยเตอร์)