รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (23 ต.ค.) "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เปิดใจสัมภาษณ์ "รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์" นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐกิจและการเมือง กรณีการดีเบตรอบสุดท้ายระหว่างประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" จากพรรครีพับลิกัน และ "นายโจ ไบเดน" ผู้ท้าชิงจากพรรคเดโมแครต ประชันวิสัยทัศน์เพื่อให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงได้ใช้ในการตัดสินใจว่าจะเลือกใครเป็นประธานาธิบดีสหรัฐในการเลือกตั้งวันที่ 3 พ.ย.
ทรัมป์ยังมีจุดขายอยู่มั้ย?
"ยังมีจุดขาย อันแรกเขามีทาร์เก็ตกรุ๊ปค่อนข้างแน่น จะเห็นว่ากลุ่มขวาจัดอยู่กับเขาตลอด เพียงแต่ว่าเขาถูกกระทบ พลาดไปบ้างอยู่ 2 กลุ่ม กลุ่มนึงคือผู้หญิง กับกลุ่มคนอายุ 65 ที่เขามีการดีเบตในระยะแรก ทำให้กลุ่มนี้กร่อนไปบ้าง แต่เขาหวังว่าจะใช้อันนี้ชนะตัวรัฐต่างๆ ซึ่งจะชนะเหมือนที่เขาชนะฮิลลารี่ โดยเน้นกลุ่มพวกผิวขาวที่เป็นริพับลิกันที่ไม่ได้ออกมามาก หนึ่งในนั้นคือดึงคนพวกนี้ออกมาให้มากที่สุด กับสองกลับไปหาคนอายุ 65 และผู้หญิง นี่คือจุดขายที่เขาพยายามใช้"
เขาเคยชนะจากผู้หญิงสูงอายุเป็นคนขวาจัด รักชาติรุนแรง ที่เขาทำงานมาตลอด 4 ปี จะให้คะแนนเขาเท่าไหร่?
"ตอบตามตรงว่าสอบตก"
มีอย่างอื่นอีกมั้ยที่พอจะนับเป็นผลงานพอเอามาหากินตรงนี้ได้?
"อันแรกเขาประสบความสำเร็จเรื่องอเมริกาเฟิสต์ คือเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งช่วยเขามากพอสมควร คือหนึ่งเขาลดภาษีเงินได้ จาก 35 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 21 เปอร์เซ็นต์ ลดเยอะ สองที่คิดว่าเขาทำได้ในระดับหนึ่งคือกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่าถึงเวลาแล้วที่จะทำให้รู้ว่าจีนที่คิดว่าเป็นพันธมิตร กลายเป็นคู่แข่งหรือศัตรู ผมคิดว่าตรงนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ตอนนี้กลายเป็นภัยคุกคาม ตรงนี้คิดว่าเป็นอันที่ 2 เป็นความสำเร็จในด้านนึง"
นโยบายเด่นๆ ที่เขาจะมาเป็นอีกรอบ เห็นหรือยัง?
"อเมริกาสามารถอยู่รอดได้บนพื้นฐานเขาสามารถเอาชนะคอมมิวนิสต์ได้ ไม่ใช่อเมริกาอย่างเดียว ต้องยอมรับว่านาโต้ ยุโรป อียูมี 22 ประเทศอยู่ในนาโต้ แต่เขาอ้างว่าความอยู่รอดสงครามเย็นเป็นเพราะเขาสนับสนุนนาโต้ เพราะมียุโรปอยู่ 22 ประเทศ และเขาบีบประเทศสมาชิกว่าต้องขึ้นงบประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ ต่อจีดีพี ประเทศต่างๆ ก็ทำบ้างไม่ทำบ้าง แต่ที่ร้ายเขาบีบแม้แต่พันธมิตรใกล้ชิดอย่างเยอรมัน พันธมิตรตื่่นขึ้นมาว่าถ้าแบบนี้อเมริกาไม่ใช่พันธมิตรแล้ว และขู่แม้กระทั่งมาตรา 5 ถ้าประเด็นปัญหาว่ายุโรปถูกภัยคุกคาม อเมริกาต้องช่วย เขาขู่แม้กระทั่งว่าผมอาจจะไม่รับด้วย"
ผลักมิตรเป็นศัตรู?
"อันนี้เป็นอันที่หนึ่ง สองอันที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอล เขาย้ายสถานทูตมาเยรูซาเล็ม ฉะนั้นนโยบายที่พยายามดำเนินมาโดยประธานาธิบดีคนอื่นให้มีสองรัฐ โดยมีอิสราเอล และปาเลสไตน์ แต่พอทรัมป์เข้ามาโอนมาทางด้านอิสราเอลเต็มที่ เอา 30 เปอร์เซ็นต์ของที่ดินที่ควรเป็นของปาเลสไตน์มาให้อิสราเอลและสนับสนุนให้อิสราเอลย้ายถิ่นฐาน ซึ่งอันนี้เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ประเทศอื่น อียูไม่เห็นด้วย เป็นอันล้มเหลวอันที่สอง อันที่สามข้อตกลงหกฝ่าย มี 5 ประเทศมหาอำนาจบวกด้านเยอรมัน พอตกลงกัน 2015 จะฟริซไม่ให้อิหร่านมีปรมาณูจนถึง 2025 แลกกับการผ่อนคลายความตึงเครียด แต่ทรัมป์เชื่อว่าการทำแบบนี้ทำให้อิหร่านมีปรมาณู เขาเบี้ยวได้ และเป็นภัยคุกคาม เพราะต้องยอมรับว่าอิหร่านกำลังจะรวย ขายน้ำมันได้ ทรัมป์บอกไม่เอาด้วย ถอนตัวจากข้อตกลง บีบให้อิหร่านตาย แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันไม่ตาย แต่กรณีนี้ทำให้ภัยอันตรายคืออิหร่านอาจเบี้ยวข้อตกลง เป็นภัยคุกคามขึ้นมาได้"