นายณัฐพล กล่าวต่อว่า ภาพรวมมูลค่าการส่งออกบรรจุภัณฑ์ไทยจากสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในไตรมาส 2/2563 มีมูลค่า 14,253 ล้านบาท มีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา ร้อยละ 2.64 ทั้งนี้ เนื่องจากปัญหาของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงสถานการณ์การปิดประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทว่า ยังมีโอกาสเติบโตหรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากยังมีความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นจำนวนมาก ดังนั้น หากภาคอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ปรับรูปแบบการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากยิ่งขึ่น
โดยแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค หรือ เทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปี 2021 ที่คาดว่าจะได้รับความนิยม ประกอบด้วย บรรจุภัณฑ์กินได้ เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลสิ่งแวดล้อม หากบรรจุภัณฑ์สามารถรับประทานได้ ก็จะเป็นส่วนช่วยให้ปริมาณขยะในประเทศลดลง บรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์ ผ่านพัฒนาให้บรรจุภัณฑ์สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน หรือเป็นตัวแทนที่สามารถสื่อสารแบรนด์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน บรรจุภัณฑ์ไบโอ เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ และสามารถย่อยสลายได้เอง ซึ่งถือเป็นการลดการทำลายสิ่งแวดล้อม และปริมาณขยะจากการใช้พลาสติกอีกด้วย บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล เป็นบรรจุภัณฑ์ที่เกิดจากการนำขยะมารีไซเคิล ทั้งขยะพลาสติก โลหะ ขยะอีคอมเมิร์ซ เป็นจำนวนมาก อาทิ กระดาษจากกล่องบรรจุสินค้าออนไลน์ และ กล่องไปรษณีย์ ที่มีแนวโน้มเพิ่มปริมาณขยะประเภทกระดาษมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ทั้งในด้านการออกแบบ ซึ่งมี ศูนย์ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Thailand Industrial Design Center: Thai-IDC) ที่พร้อมสนับสนุนองค์ความรู้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และมีผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำหรับให้คำแนะนำเชิงลึกกับผู้ประกอบการโดยตรง รวมถึงศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 หรือ ศูนย์ ITC 4.0 ที่พร้อมส่งเสริมด้านเทคโนโลยีเครื่องจักรกลที่ทันสมัยเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค หรือ เทรนด์ปัจจุบันและในอนาคต นายณัฐพล กล่าวทิ้งท้าย