lazada Shop-Downy ซื้อ2แถม1( คลิกเลย )
การนัดหมาย นัดแนะบอกจุดในการชุมนุมกัน พบปะกัน ใช้ในโลกโซเชียลมีเดีย?
"โซเชียลมีเดียมีการแบ่งกลุ่มอยู่ ทาเก็ตคนเขาต่างกัน คนอายุสูงก็ไลน์ กลางๆ ก็เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์อายุน้อยที่สุด แกนนำกลุ่มนี้เขารู้ว่ากลุ่มเขาใช้ทวิตเตอร์เป็นหลัก ดังนั้นเขาก็ใช้ข้อความสั้นๆ ไม่ถึง 2 บรรทัด แล้วรีทวิตอย่างรวดเร็ว สื่อสารกันด้วยข้อความสั้นๆ เป็นหลัก แต่ในไลน์ เฟซบุ๊กถามว่ามีมั้ย มีเหมือนกันหมด ผมยังพูดเล่นๆ ว่าจริงๆ รัฐบาลปิดรถไฟฟ้าทุกเส้นไม่มีประโยชน์ ถ้าจะให้ปิดจริงๆ ปิดไลน์ เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์สักวัน นัดกันก็ต้องโทรศัพท์อย่างเดียว ได้ผลกว่าปิดรถไฟฟ้า แต่โอเคชาวบ้านเขาเดือดร้อน ก็จะโดนว่าปิดกั้นเสรีภาพอีก"
คาดว่าจะได้เห็นในอนาคตมั้ย?
"จะกระจายยิ่งกว่านี้ ผุดเป็นดอกเห็ดทั่วราชอาณาจักร เพราะตอนนี้เริ่มแล้วที่สงขลา เชียงใหม่ พิษณุโลก อุบลราชธานี และเริ่มในมหาวิทยาลัยก่อนเพราะเป็นทาเก็ตคณะราษฎร 63 ต่อไปจะเริ่มกระจายเยอะขึ้นเรื่อยๆ กรุงเทพฯ ก็จะไม่ใช่ 3 จุด เป็นการทำตามฮ่องกงโมเดล"
การแสดงความคิดเห็นของบุคคลสาธารณะ นักแสดง นักร้อง มองเรื่องนี้ยังไง?
"เป็นเสรีภาพของเขา เขาจะแสดงความเห็นหรือไม่แสดงความเห็น ก็เป็นเสรีภาพของเขา ในเมื่อเราทุกคนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ตราบใดที่มันไม่หยาบคายจนเกินไป ตราบใดที่ไม่ไปก้าวล่วงคนอื่นไม่มีปัญหาทั้งนั้น สิ่งที่มีปัญหาคือบางคนแสดงความเห็นหยาบคาย ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ อันนี้เป็นปัญหาและผิดกฎหมาย บางคนไม่ได้แสดงความเห็นอะไรเลย เขาสายลม แสงแดด เลี้ยงหมา เลี้ยงลูกไปตามปกติ แต่อยู่ๆ ทัวร์ลงเขา บอกว่าไม่แสดงจุดยืนทางการเมือง ไม่เลือกข้าง เฮ้ย คนจะเลือกข้างหรือไม่เลือกข้างเป็นเสรีภาพของเขา ในเมื่อคุณเรียกร้องประชาธิปไตย เรียกร้องเสรีภาพ ทำไมไปริดรอนเสรีภาพคนอื่น ไปทำไซเบอร์บูลลี่รังแกข่มเหงคนอื่นให้เขาต้องเลือกข้าง ให้เขาต้องแสดงความเห็น หรือถ้าเขาแสดงความเห็นที่คุณไม่ชอบใจก็ไปไซเบอร์บูลลี่ ทัวร์ลงเขาอีก อันนี้ไม่เป็นประชาธิปไตยเลย และผิดกฎหมายด้วย ซึ่งถ้าดาราคนไหนถูกบูลลี่ แคปเจอร์ไว้ให้หมด ฟ้องได้ครับ"
ประชาชนทั่วไปที่หาเช้ากินค่ำที่ไม่ได้รับทราบเรื่องนี้ด้วย จะเกิดผลกระทบกับการดำรงชีวิตของเขายังไง?
"มีแฟลชม็อบทุกวัน รวมตัวทุกวัน นี่คือต้นตอระบาดรอบสองของโควิด ถ้าเที่ยวนี้เกิดขึ้นมาอีกจะรับผิดชอบไหวมั้ย ประเทศไทยเดือดร้อนมั้ย สองชุมนุมทุกวันห้างร้านต้องปิด อยู่ไม่ได้ แล้วคนทำมาหากินในห้างร้าน ตามถนนล่ะ เศรษฐกิจสะเทือนนะ ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดีอยู่แล้ว สะเทือนทั้งโลก แล้วคุณมาชุมนุมแบบนี้ทุกวัน คนทำมาค้าขายทำยังไง สามการเดินทางจะลำบากมาก คนกรุงเทพฯ เจอฝนตกรถติดหนักๆ ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่นี่ปิดรถไฟฟ้า เพราะกลัวว่ามาชุมนุมแล้วไม่ปลอดภัยในรถไฟฟ้า ก็ยิ่งลำบาก"
เรื่องความปลอดภัย?
"โดยธรรมชาติ ชุมนุมโดยไม่มีแกนนำ แล้วยิ่งบอกว่าทุกคนเป็นแกนนำ ธรรมชาติมนุษย์เข้าไปอยู่ในฝูงชน จะเกิดปรากฎการณ์หลงหายในฝูงชน จับมือใครดมไม่ได้ และไม่รู้ว่าใครเป็นใคร การแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสมจะออกมาได้ง่าย บอกว่าทุกคนเป็นแกนนำ แสดงว่าฉันอยากทำอะไรฉันก็ทำได้ ก็จะเป็นลักษณะอนาธิปไตย ไม่มีแกนนำที่แท้จริง ทุกคนยิ่งใหญ่ด้วยตัวเอง อะไรจะเกิดขึ้นได้บ้าง หนึ่งเศรษฐกิจไม่ดี จะเกิดการปล้นจี้ร้านค้ามั้ย สองจะเกิดการทำร้ายคนเห็นต่างมั้ย สมมติวันนี้ผมใส่เสื้อเหลืองแล้วไปเดินเฉียดแถวนั้นเขาจะทำร้ายร่างกายเราก็เป็นไปได้ สามหนักเข้าไปใหญ่เช่นเผาหรือทำลายสถานที่ราชการ สถานที่เอกชนต่างๆ เพราะไม่รู้ใครเป็นใคร เพราะวัตถุประสงค์คือรัฐบาลต้องอยู่ไม่ได้ ต้องขับไล่รัฐบาล ต้องก่อให้เกิดความวุ่นวายที่สุด สิ่งที่จะเป็นปัญหาที่สุดคือมือที่สามเข้าไปหลงหายในฝูงชน เราก็ไม่รู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ยิ่งมือที่สามไม่หวังดี เราก็ไม่รู้หรอก ยิ่งวิธีเลือกดาวกระจายและแฟลชม็อบ อย่าลืมว่าเจ้าหน้าที่ตร.หรือทหารไม่ได้มีหน้าที่แค่ล้อมปราบ หรือยุติการชุมนุม บทบาทสำคัญของเจ้าหน้าที่ตร.หรือทหาร คืออำนวยความสะดวกและปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม ไม่ว่าผู้ชุมนุมเป็นฝ่ายไหนก็ตาม ต้องให้ความปลอดภัยเขา แล้วมือที่สามเป็นมืออาชีพนะ ผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่สามารถป้องกันมือที่สามได้ ต้องอาศัยตร.ทหารเท่านั้นถึงป้องกันมืออาชีพได้ แล้วพอเป็นแฟลชม็อบหรือกระจาย เขาก็เข้าไปไม่ทัน"
คิดว่าการชุมนุมในลักษณะแบบนี้ จะใช้เวลายาวนานอีกแค่ไหน?
"ฮ่องกงโมเดลที่ตามเขาอยู่เขาใช้เวลาอยู่ 1 ปี เป็น 1 ปีที่แสนสาหัสสำหรับคนฮ่องกง เพราะฮ่องกงอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยว แล้วไม่มีคนไปเที่ยวฮ่องกงเลย ทำให้ร้านค้าร้านอาหารเลิกจ้างคน ร้านโจ๊กดังๆที่คนไทยชอบไปกินก็เจ๊งก็เลิก การชุมนุมยืดเยื้อ 1 ปีทำให้เศรษฐกินวอดวายมาก รัฐบาลจีนพรรคคอมมิวนิสต์ก็อดทนให้เกิดขึ้น ถามว่าคนไทยจะทนได้มั้ยใน 1 ปี ผมว่าถ้า 1 ปีความอดทนคนไทยอาจจะไม่พอ ที่น่ากลัวที่สุดคือการเกิดการชุมนุมอีกฝั่งมาปะทะกัน ที่เรียกว่าม็อบชนม็อบ เป็นภาวะที่เจ้าหน้าที่ตร.หรือทหารอึดอัดที่สุด ดูแลยากที่สุด คนสองคนจะตีกัน ถ้าจะห้ามไม่ง่ายนะ แล้วไม่รู้ใครอยู่ฝั่งไหน การจัดการไม่รู้จะจัดการยังไง อันนี้ก็เป็นการพิสูจน์ความอึดของการยืนระยะทั้งสองฝั่ง ผมว่าสเต็ปต่อไปรัฐบาลอาจต้องประกาศเคอร์ฟิว ถ้าประกาศเคอร์ฟิว เศรษฐกิจยามค่ำคืนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม สถานการณ์เราเดาไม่ถูกมากนักว่าจะเกิดอะไร เช่น ถ้าโควิดระบาดรอบสอง ม็อบจะจบเร็ว ถ้าประกาศเคอร์ฟิวชาวบ้านเดือดร้อน ม็อบอาจไปต่อไม่ได้ อันนี้ผมตอบไม่ถูกเลย ว่าเราจะก้าวไปทางไหน แต่เป็นทางที่ประเทศไทยบอบช้ำทุกเส้นทาง"
เราจะแก้ไขปัญหาเบื้องต้นการเสพข่าว เพราะตอนนี้มีเฟกนิวส์เกิดขึ้น มีคำแนะนำอย่างไร?
"สติครับ ข่าวลือหรือข่าวปลอมสร้างโดยผู้ไม่หวังดี หลงเชื่อโดยคนที่ขาดสติ แชร์ต่อโดยคนที่ขาดปัญญา ที่เป็นปัญหาหนักกว่านั้นคือเราเลือกแชร์ตามที่อคติเรามี ไม่ว่าจะฝ่ายไหน เราจะเลือกแชร์ในสิ่งที่เรายืนยันอคติของเรา อะไรที่แชร์ตรงกับสิ่งที่เราเชื่อ เราก็แชร์ๆ ซึ่งอาจจะผิดทั้งหมดก็ได้ ก็ยิ่งสงเสริมเฟกนิวส์ เราต้องมีสติ ตรวจสอบ ยับยั้งชั่งใจก่อนจะแชร์ ไม่งั้นข่าวลือจะลามไม่หยุด และสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติ"
คิดว่าจุดจบคืออะไร?
"จุดจบผมไม่รู้ แต่ม็อบต้องจบ สิ่งที่ไม่อยากเห็นที่สุดคือม็อบชนม็อบ อันนั้นจะเกิดการบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝั่ง หรืออีกทางนึงก็คือจับกุมแกนนำที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ ที่เป็นคนชักใย ที่บอกว่าม็อบไม่มีแกนนำ แต่จริงๆ มีคนเป็นแกนนำอยู่เบื้องหลังแต่ไม่ออกหน้า ถ้าจับกุมอย่างนั้นก็อาจจะทำให้ค่อยๆ จางลงไปเหมือนฮ่องกงโมเดล ผมไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ทางที่จะจบมีหลายทาง"