ดร.เจษฎ์ โทณวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย และอดีตที่ปรึกษากรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคณะราษฎร 63 ที่กำลังเกิดม็อบดาวกระจายไปทั่วว่า สถานการณ์จะบานปลายหรือไม่ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่าย หากฝ่ายความมั่นคงยังรักษาระดับการใช้มาตรการตามการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพมหานคร ในระดับที่ไม่มีการก้าวล่วงต่อบทบัญญัติกฎหมายอื่น และการชุมนุมยังเป็นไปโดยไม่ฝ่าฝืนตัวบทกฎหมายไปมากกว่านี้ ในส่วนของความมั่นคงเองคิดว่าคงไม่มีอะไรรุนแรงเพิ่มขึ้น หากไม่มีการสลายการชุมนุมเหมือนคืนวันที่ 15 ต.ค.
สรุปก็คือถ้ายังชุมนุมไปเรื่อยๆ และการดำเนินการในฝ่ายความมั่นคงไม่ได้กดดันมากขึ้น ขณะที่ในส่วนของผู้ชุมนุมก็ไม่เร่งเร้าปฏิกิริยา ทุบตี ด่าทอ หรือล่วงล้ำจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานการณ์ก็ยังอยู่ในระดับที่หาทางออกร่วมกันได้
ส่วนกลไกรัฐสภา จะต้องเร่งกระบวนการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ก็ต้องว่ากันไป แต่ในส่วนของพรรครัฐบาลบางพรรคมีท่าทีต้องการปรับเปลี่ยนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยกร่างใหม่ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ก็จะเป็นทางออกได้
แต่หากรัฐบาลกระชับพื้นที่ บีบทำให้เกิดการเร่งเร้าของกลุ่มผู้ชุมนุม หากกลุ่มผู้ชุมนุมเองไม่ลดทอน ยังคงเสนอให้มีการปฏิรูปสถาบัน และลุกลามบานปลาย จนมีการกำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องดำรงพระองค์เช่นนั้นเช่นนี้ หรือล้มล้างสถาบัน ก็จะทำให้พูดคุยกันยาก
"สถานการณ์จะลดทอนหรือเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับทั้ง 2 ฝ่ายจะเติมเชื้อไฟลงไปหรือไม่ หากช่วยกันชักฟืนออกจากไฟ สักวันไฟก็ดับได้" อดีตที่ปรึกษา กรธ. กล่าว