สำหรับปี 2564 นี้ กองทุนบัตรทองยังคงเดินหน้าให้การดูแลประชาชน ยืนยันว่ารัฐบาลยินดีสนับสนุนนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและงบประมาณกองทุนบัตรทองอย่างต่อเนื่อง โดยปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลจัดสรรงบกองทุนบัตรทอง 194,508.78 ล้านบาท เป็นงบเหมาจ่ายรายหัว 177,198.99 ล้านบาท หลังหักเงินเดือนภาครัฐ 52,143.97 ล้านบาท เป็นงบเหมาจ่ายที่ส่งให้ สปสช.บริหาร 125,055.01 ล้านบาท และงบนอกเหมาจ่ายรายหัวอีก 17,309.79 ล้านบาท
"การบริหารงบบัตรทองในแต่ละปี เน้นที่ความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ มุ่งดูแลประชาชนให้เข้าถึงบริการสุขภาพอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยปีงบประมาณ 2564 นี้ จากการประชุมบอร์ด สปสช. ล่าสุด ได้เห็นชอบการยกระดับบริการบัตรทอง 4 รายการ คือ 1.นำร่องเข้ารับบริการปฐมภูมิบัตรทองที่หน่วยบริการทุกแห่งในเครือข่ายบริการใน กทม. จะเริ่มในวันที่ 1 พ.ย. นี้ 2.ผู้ป่วยในไม่ต้องใช้ใบส่งตัว นำร่องที่เขต 9 นครราชสีมาในวันที่ 1 พ.ย. นี้ และใน กทม.และปริมณฑลจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 64 3.โรคมะเร็งไปรับบริการที่โรงพยาบาลไหนก็ได้ที่พร้อมและร่วมให้บริการ โดยจะมีการจัดสรรทรัพยากรแต่ละหน่วยบริการเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยต้องรอคิวนาน และ 4.ย้ายหน่วยบริการได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน จะเริ่มในวันที่ 1 ม.ค. 64 สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาและปรับปรุงการบริหารจัดการกองทุนบัตรทองที่ไม่หยุดนิ่ง ตอบสนองความต้องการผู้มีสิทธิ เพื่อให้เป็นหลักประกันด้านสุขภาพแท้จริงของประชาชน" นายอนุทิน กล่าว
นพ.ศักดิ์ชัย กาญจนวัฒนา เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมบริหารกองทุนบัตรทอง ทั้งในส่วนผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ องค์กรวิชาชีพด้านการแพทย์ และภาคประชาชน ทำให้กองทุนบัตรทองเดินมาถึงวันนี้ และในปี 2564 เชื่อมั่นว่าทุกภาคส่วนจะยังคงให้ร่วมมือด้วยดี ทั้งการให้บริการ การดำเนินสิทธิประโยชน์ต่างๆ ภายใต้กองทุนฯ โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือประชาชน ขณะเดียวกันนโยบายในปี 2564 ยังคงให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการควบคู่ สนับสนุนการให้บริการของหน่วยบริการ ลดขั้นตอนต่างๆ และแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคเพื่อให้หน่วยบริการสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในระบบบริการเพิ่มขึ้น อาทิ บริการจองสิทธิฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่, การยืนยันตัวตนผู้รับบริการด้วยสมาร์ทการ์ด, การเพิ่มการเข้าถึงบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคผ่าน "เป๋าตังสุขภาพ" บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่ร่วมกับธนาคารกรุงไทย และการให้บริการระบบการแพทย์ทางไกล เป็นต้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปีงบประมาณ 2564 นี้