เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนปมรื้อ ‘สายสีส้ม’

14 ต.ค. 2563 | tananya_nak

ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนปมรื้อ ‘สายสีส้ม’

ศาลปกครองกลาง นัดไต่สวนกรณีรื้อทีโออาร์รถไฟฟ้าสายสีส้มกลางคัน เชิญ BTS และ รฟม. รวมทั้งคณะกรรมการตามมาตรา 36 ชี้แจง ก่อนตัดสินในอีก 1-2 สัปดาห์ ด้าน BTS ยืนยันทีโออาร์ที่เพิ่มข้อเสนอเทคนิคและราคามาให้คะแนนควบคู่ไม่เป็นธรรม ใช้ดุลพินิจมากเกิน ส่วนรฟม.มั่นใจชี้แจงได้ไม่ผิดกติกา เพราะยังไม่ให้ยื่นซองข้อเสนอ

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (14 ต.ค. 2563) เวลา 10.00 น.ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนครั้งแรกกรณีที่บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ BTS ยื่นฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กรณีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขทีโออาร์โครงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) โดยนำข้อเสนอทางด้านเทคนิคมาให้คะแนนควบคู่กับข้อเสนอราคา หลังจากที่มีการเปิดขายซองประมูลไปแล้ว ทำให้บีทีเอสจึงได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้เพิกถอนเอกสารเพิ่มเติมการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์ดังกล่าว และขอให้คุ้มครองการประมูลฉุกเฉิน โดยทางฝั่งรฟม. นำโดยนายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เดินทางมาถึงศาลปกครองกลางตั้งแต่เวลา 09.10 น. ส่วนทางฝั่งบีทีเอส นำโดยนายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS) เดินทางมาถึงเวลา 09.30 น.
ทั้งนี้ ในวันที่ 14 ต.ค. 2563 ศาลปกครองกลางได้นัดผู้ฟ้อง คือ BTS และผู้ถูกฟ้องคือคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 และรฟม. มาให้ข้อมูลและชี้แจง ซึ่งศาลปกครองกลางจะนัดตัดสินคดีดังกล่าวอีกครั้ง คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ที่คำตัดสินของศาลจะออกมา

ก่อนหน้านี้ นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTS) กล่าวว่า ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนครั้วแรกวันที่ 14 ตุลาคม 2563 โดยทั้ง 2 ฝ่าย คือบีทีเอสแะรฟม. จะเข้าไปชี้แจงข้อมูล ซึ่งก็ยืนยันการเปลี่ยนแปลงทีโออาร์กลางคันนั้นไม่เป็นธรรม และมีโอกาสที่ผู้ซื้อซองบางรายจะเสียเปรียบ เพราะมีการรวมข้อเสนอเทคนิคและราคามาให้คะแนน เป็นการใข้ดุลพินิจมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม หลังศาลปกครองกลางไต่สวนนัดแรก ศาลฯน่าจะมีคำตัดสินออกมาหลังจากนั้น หากรับคุ้มครองฉุกเฉินกระบวนการประมูลก็หยุดไว้ก่อน แต่หากไม่รับคุ้มครองฉุกเฉินกระบวนการก็เดินหน้าต่อไป แต่คาดว่าจะทันกับการเปิดให้ยื่นวันที่ 9 พ.ย. ซึ่งจะรู็ว่าแนวทางจะเป็นอย่างไร
ขณะที่ นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาส ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ชี้แจงว่า รฟม.ยืนยันว่าการดำเนินการปรับปรุงทีโออาร์ ไม่ได้ดำเนินการส่อในทางทุจริต เพราะยังไม่ได้มีการเปิดรับซองข้อเสนอ อีกทั้งรฟม.และคณะกรรมการตามมาตรา 36 ยังได้มีการยึดระยะเวลาในการเปิดรับซองข้อเสนอออกไป 45 วัน จนถึงวันที่ 9 พ.ย. 2563 ดังนั้นเอกชนมีระยะเวลาเตรียมตัวไม่น้อยกว่า 70 วัน หากนับจากกำหนดการเดิมด้วย จึงมีระยะเวลาในการปรับปรุงข้อเสนอ

ส่วนกรณีที่ศาลปกครองกลางนัดไต่สวนวันที่ 14 ตุลาคม 2563 เชื่อมั่นว่าจะชี้แจงเหตุผลต่อศาลได้ เพราะมองว่ากรณีดังกล่าวยังไม่เกิดความเสียหาย เพราะขั้นตอนอยู่ในช่วงที่ให้เอกชนเตรียมข้อเสนอมายื่น ยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ซึ่งก็คงต้องรอฟังคำสั่งศาลปกครองกลางว่าจะออกมาอย่างไร คาดว่าหลังจากเปิดรับฟังการไต่สวนนัดแรกใช้เวลาไม่เกิน 1-2 สัปดาห์ จะมีคำตัดสินออกมา หากศาลฯรับคุ้มครองฉุกเฉินทางรฟม.ก็จะยื่นอุทธรณ์คำร้องเช่นกัน ส่วนถ้าตัดสินไม่รับคุ้มครองฉุกเฉิน คาดว่าบีทีเอสก็จะยื่นอุทธรณ์ในชั้นศาลต่อไป
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม น่าจะได้ข้อสรุปผู้ชนะการประมูลต้นปีหน้า ซึ่งตามสมมุติฐานโครงการดังกล่าวระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี เอกชนจะให้ผลตอบแทนรัฐประมาณ 1,000 ล้านบาท เนื่องจากมีการกำหนดอัตราค่าโดยสารไว้ต่ำหรือคิดแค่ 12 สถานี อัตราค่าโดยสาร 16-42 บาท แต่ในข้อเสนอที่เอกชนเสนอรัฐอาจจะได้มากกว่านั้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับแผนการตลาดและการดึงประชาชนเข้ามาใช้บริการ ส่วนเงินที่รัฐจะอุดหนุนเอกชนผู้ชนะโครงการประมาณ 9.6 หมื่นล้านบาท จะเริ่มจ่ายในช่วงหลังจาก 2 ปีที่ก่อสร้างและทยอยจ่ายเงินอุดหนุนทั้งหมด 7 ปี ก็จะมีการขอตั้งงบประมาณ

ข่าวล่าสุด