โดยนางสุดท้าย เล่าว่า ในคืนหลังวันเกิดเหตุช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 12 ต.ค.63 เวลาประมาณ 04.00 น. เศษ ขณะนอนอยู่ในบ้านย่านวัดบางโปรง ถนนปู่เจ้าสมิงพราย อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตนได้ยินเสียงบุตรชาย คือ นายปัญจพล ร้องเรียกถึง 2 ครั้งว่า \"แม่ แม่\" ซึ่งในขณะนั้นตนมีสติเพราะเริ่มจะตื่นนอนแล้วและไม่ได้ฝันไป เนื่องจากเป็นเวลาที่บุตรชายจะออกจากบ้านไปทำงานที่ไปรษณีย์ตามปกติในทุกๆ วันพอดี จึงเชื่อว่าบุตรชายได้กลับบ้านมาหาตน
ขณะเดียวกันยังมีบุตรสาวคนในบ้านที่นอนอยู่ด้วยกัน ได้ยินเสียงของการเปิด-ปิดประตูเข้าออกบ้านที่บริเวณชั้นล่างด้วย แต่หลังจากคืนวันนั้นเขาได้หายไป และเมื่อคืนก็ไม่ได้มาหาอีก ในวันนี้จึงมาทำพิธีเชิญดวงวิญญาณของบุตรชายกลับบ้าน ตอนนี้ยังทำใจอะไรไม่ได้เลย เพราะการจากไปของเขามันเร็วเกินไปโดยที่เขาอายุยังน้อย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างพิธีเชิญดวงวิญญาณ นางสุดท้าย ได้รำพันเรียกแต่ชื่อบุตรชาย และบอกให้เขากลับบ้านอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ น.ส.ปิยะดา ผู้เป็นภรรยาได้แต่นั่งสะอื้นจนน้ำตาปริ่มไหลหยดออกมาอาบแก้มอยู่เป็นระยะ