การทำเกษตรทฤษฎีใหม่เริ่มจากการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอด้วยการขุดสระน้ำและเจาะบ่อบาดาลไว้สำรอง พร้อมปลูกข้าว ปลูกพืช อาทิมะนาว ไม้ผล ไม้ยืนต้นหลากหลายชนิด โดยเน้นการปลูกพืช 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง นอกจากนี้ยังได้เลี้ยงกบ เลี้ยงหอย เลี้ยงปลา และเลี้ยงสัตว์เพื่อใช้ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์สำหรับปรับปรุงบำรุงดิน ส่งผลให้มีอาหารปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังประสบกับโรคระบาดไวรัส-19 ซึ่งแต่เดิมพื้นที่แห่งนี้ทำนาเพียงอย่างเดียว แต่ประสบกับปัญหาเรื่องน้ำ เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ดอน จนกระทั่งเมื่อปี 2554 ได้รับการอบรมเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมทั้งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอาสาสมัครเกษตรและหมอดินอาสาของสำนักงานเกษตรอำเภอโกสุมพิสัย และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดมหาสารคาม จึงได้นำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง เปลี่ยนจากการทำนาเพียงอย่างเดียวหันมาปลูกพืชผสมผสานรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตรให้เพียงพอตลอดทั้งปี เป้าหมายแรกคือการทำเพื่อมีกินในครอบครัวเป็นหลัก เริ่มจากการปลูกมะนาวเพียงไม่กี่ต้นและปลูกผักสวนครัว ต่อมาจึงได้ขยายไปเรื่อย ๆ จนเต็มพื้นที่ มีการปลูกพืชที่หลากหลาย พร้อมกับการเลี้ยงสัตว์และขุดบ่อเลี้ยงปลา
หลังจากมาทำเกษตรทฤษฎีใหม่ ตนเองมีรายได้ทุกวันจากการขายผลผลิตทางการเกษตร วันละไม่ต่ำกว่า 300 บาท และแม้ว่าจะไม่ได้ขายผลผลิต แต่อย่างน้อยที่สุดก็คือ การลดรายจ่ายในเรื่องค่าอาหาร ซึ่งสามารถเก็บผลผลิตภายในสวนหลังบ้านมาประกอบเป็นอาหารรับประทานภายในครัวเรือนโดยที่ไม่ต้องไปหาซื้อตามท้องตลาด ซึ่งสามารถลดรายจ่ายในแต่ละวันได้เป็นอย่างมาก