พระอธิการกฤษวรภัสร์ สุธมโม เจ้าอาวาสวัดท่าเดื่อ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เดิมทีวัดท่าเดื่อตั้งอยู่ที่อารามส้มสุก สร้างมาตั้งแต่ก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ ตามประวัติเคยเป็นที่ตั้งค่ายทหารของกองทัพพม่าในอดีต แต่พอเวลาผ่านไปเกิดน้ำท่วมบ่อย จึงมีการย้ายวัดท่าเดื่อมาที่ตั้งปัจจุบันเมื่อประมาณปี พ.ศ.2200 แต่ก็ไม่ได้มีการทิ้งวัดหลังเดิม จนเวลาล่วงเลยผ่านมาวัดท่าเดิมก็ร้างไปตามกาลเวลา หลังจากนั้นประมาณเมื่อเกือบ 100 ปีที่แล้ว จึงมีการกลับมาบูรณะอีกครั้งและทำเป็นวัดร้างที่มีความร่มรื่น เพื่อใช้ในการปฏิบัติธรรมประกอบศาสนพิธีต่างๆ ของพระ เณร และชาวบ้าน
ต่อมาทางวัดจึงได้ทำเรื่องที่จะยื่นให้มีการนำวัดท่าเดื่อร้างแห่งนี้ เข้ามาอยู่ในการดูแลของวัดท่าเดื่อ แต่ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ กลับโอนย้ายวัดร้างแห่งนี้ไปให้กับวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นวัดขนาดใหญ่ให้เข้ามาดูแลแทน ทำให้ชาวบ้านและวัดท่าเดื่อไม่มีสิทธิ์ในการเข้ามาดูแลพื้นที่ หรือใช้ประโยชน์ในการประกอบศาสนพิธีหรือปฏิบัติธรรม เมื่อไหร่ที่ชาวบ้านหรือพระเณรเข้ามาทำกิจกรรม ก็จะมีเจ้าหน้าที่หรือสำนักงานพุทธฯ โทรมาแจ้งกับเจ้าอาวาส ขอให้หยุดกิจกรรมและออกจากพื้นที่วัดร้าง แต่ถ้าจะทำต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรไปขออนุญาต
เจ้าอาวาสวัดท่าเดื่อ กล่าวต่อว่า แต่เมื่อสอบถามไปที่สำรักพุทธฯ ได้มีแจ้งกลับมาว่า อยากจะให้ปรับปรุงเพื่อยกระดับกลับมาเป็นวัด ชาวบ้านและวัดท่าเดื่อได้ช่วยกันปรับปรุงสร้างห้องน้ำเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถสร้างกุฏิได้ เพราะยังไม่มีพระสงฆ์มาจำวัด เพราะพระสงฆ์และเณรจะมาจำวัดที่วัดท่าเดื่อ จนถึงขณะนี้การดำเนินการเรื่องดังกล่าวกับเงียบไป ไม่มีอะไรคืบหน้าชาวบ้านไม่สามารถเข้ามาทำกิจกรรมเดิมได้ ดูแลทำความสะอาดก็ไม่ได้ อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวหรือผู้มีอำนาจในเรื่องนี้ช่วยมาลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 8 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าว ได้เดินทางมารับหนังสือร้องเรียนจากชาวบ้าน และกล่าวกับชาวบ้านว่า ในฐานะที่เป็นส.ส. จะนำความเดือดร้อนดังกล่าวของชาวบ้าน ไปยื่นต่อคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาช่วยเหลือ และประสานผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยมาตรวจสอบให้กับชาวบ้าน