สถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ซึ่งเก็บรวบรวมโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยเอง ระหว่างปี 2550-2557 ปรากฏว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟมากกว่า 100 ครั้งต่อปี สูงสุดคือ 165 ครั้งในปี 2551 และ 127 ครั้งในปี 2557 เฉพาะปี 2557 มีผู้เสียชีวิต 91 ราย โดยร้อยละ 87 เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณจุดตัดทางรถไฟที่ไม่มีเครื่องกั้น
จากปัญหานี้ทำให้รัฐบาล คสช. มีนโยบายแก้ไขปัญหาตั้งแต่ปี 2558 มีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ให้ดำเนินมาตรการควบคุมความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ ด้วยการติดตั้งเครื่องกั้น ป้ายหยุด ป้ายเตือน เนินชะลอความเร็ว และไฟสัญญาณเตือนต่างๆ โดยใช้งบประมาณของกระทรวงคมนาคม หากไม่เพียงพอ ให้ประสานสำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรรงบเพิ่มเติมตามความเร่งด่วน เช่น ในปีงบประมาณ 2558 การรถไฟฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 403 ล้านบาท เพื่อติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟจำนวน 130 แห่ง เป็นต้น
หลังจากรัฐบาลดำเนินนโยบายนี้ ทำให้ปริมาณอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไปลดลงเป็นลำดับ คือ
ปี 2558 มีอุบัติเหตุ 92 ครั้งปี 2559 มีอุบัติเหตุ 77 ครั้งปี 2560 มีอุบัติเหตุ 71 ครั้งปี 2561 มีอุบัติเหตุ 57 ครั้ง
สำหรับโครงข่ายทางรถไฟทั่วประเทศ มีระยะทางทั้งสิ้น 4,043 กิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 47 จังหวัด ข้อมูลก่อนปี 2562 มีจุดตัดทางรถไฟ 2,517 แห่ง เป็นจุดตัดที่ได้รับอนุญาต 1,933 แห่ง และไม่ได้รับอนุญาต หรือทางลักผ่าน 584 แห่ง แยกเป็นสายใต้ 456 แห่ง สายเหนือ สายอีสาน และสายตะวันออก 128 แห่ง ช่วงตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายให้แก้ไขปัญหา ก็เริ่มมีโครงการก่อสร้างสะพานหรือทางลอดบริเวณจุดตัดทางรถไฟมากขึ้น โดยเฉพาะสายใต้ และเร่งติดตั้งไม้กั้นหรือเครื่องกั้น รวมทั้งป้ายหยุด ป้ายเตือน บริเวณทางลักผ่านที่สำรวจพบ
จากการสำรวจใหม่ในปี 2562 พบว่า มีจุดตัดทางรถไฟที่ได้รับอนุญาต เพิ่มขึ้น 48 แห่ง จาก 1,933 แห่ง เพิ่มเป็น 1,981 แห่ง ส่วนทางลักผ่าน ปรากฏว่าเพิ่มขึ้นถึง 92 แห่ง จากเดิม 584 แห่ง เพิ่มเป็น 676 แห่ง สะท้อนว่ามีทางลักผ่าน หรือจุดตัดที่ไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นตามการขยายของเมือง แต่ล่าสุดกลับมีข่าวว่ากระทรวงคมนาคมถูกตัดงบประมาณในส่วนนี้จากคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564
จึงต้องรอดูว่าหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งจัดการปัญหานี้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีก