ทางด้านนายสุชาติ ฤกษ์สุทธิศิริเดช อายุ 45 ปี พี่ชาย กล่าวว่า หลังน้องสาวเกิดอุบัติเหตุเอกสารธนาคารต่างๆหายหมด ตนทำเรื่องเคลมประกันให้กับน้องซึ่งเป็นประกันของธนาคารแห่งนี้ จึงมาขอเปิดบัญชีที่ธนาคารตรงจุดนี้ เพื่อจะได้เคลมประกันง่าย ตนจึงได้ขับรถนำน้องไปธนาคารด้วย โดยนำรถไปจอดใกล้ธนาคารที่สุด เพราะน้องเดินไม่ได้นั่งไม่ได้ แต่จำเป็นจะต้องเปิดบัญชี จึงให้ป้าเดินไปบอกธนาคารถึง 2 รอบ แต่ทางธนาคารก็ยืนยันว่าไม่ได้ต้องให้เจ้าตัวมาเอง แม้ทางตนจะพยายามชี้แจงต่างๆว่า น้องสาวมีแผลผ่าตัดหลังและขา ลุกเดินไม่ได้ ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอม ทำให้ตนต้องเดินไปอุ้มน้องสาวเข้ามานอนในธนาคารให้พนักงานเห็น ก็ยังถูกชี้หน้าให้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ จนต้องเปิดแผลผ่าตัดที่หลังให้ดู
นายสุชาติ กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าเรื่องเอกสารของธนาคารสำคัญ แต่วิธีคิดหรือให้บริการลูกค้าในเคสแบบนี้น่าจะช่วยเหลือหรืออะลุ้มอะล้วยกันได้บ้าง เพราะน้องสาวตนเพิ่งผ่าตัดกระดูกสันหลังมา กระดูกยังไม่ประสาน้ข้าที่ ถ้าเกิดผิดพลาดจากการอุ้มไปอุ้มมาอาจจะพิการได้ จะกลายเป็นเรื่องใหญ่
ในเวลาต่อมาหลังนายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด ทราบข่าว ได้มอบหมายให้นางสุทารัตน์ อรุณบรรเจิดกุล รองปลัดเทศบาลนครปากเกร็ด นำทีมสาธารณสุขเทศบาลนครปากเกร็ด ลงพื้นที่ตรวจสอบในกรณีดังกล่าวแล้ว โดย น.ส.สุภาพรและครอบครัวต้องการให้ทางเทศบาลนครปากเกร็ด ช่วยส่งเจ้าหน้าที่มาดูแลล้างแผลให้วันละครั้ง เพื่อจะลดความเสี่ยงในการเดินทางไปล้างแผลในแต่ละวันด้วยเพราะค่อนข้างเดินทางลำบาก ซึ่งทางรองปลัดเทศบาลนครปากเกร็ดได้รับปากว่า จะช่วยส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาช่วยล้างแผลให้กับ น.ส.สุภาพร วันละครั้งตามที่ น.ส.ภาพรต้องการ