ทั้งนี้ทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังรับหนังสือแล้ว ได้แจ้งกับผู้ประกอบการว่า จะเร่งนำเรื่องเสนอต่อศูนย์สั่งการชายแดนจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ ฯ เพื่อให้มีการพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สำหรับการค้าขายในจุดผ่อนปรนทางการค้าชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนค้าขายกันระหว่างพ่อค้าชาวไทยกับพ่อค้าชาวรัฐคะยา และรัฐฉาน ประเทศเมียนมา ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 ช่องทาง ประกอบด้วยช่องทางเสาหิน อ.แม่สะเรียง ช่องทางแม่สามแลบ อ.สบเมย ช่องทางห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม และช่องทางห้วยผึ้ง อ.เมืองแม่ฮ่องสอน
โดยช่วงระยะ 5-6 ปีที่ผ่านมามีมูลค่าการค้าขายทุกช่องทางรวมกันกว่า 1,000 ล้านบาท และในปี 2563 มีมูลค่าการค้าขายระหว่างกันได้เพียง 258 ล้านบาท ก็ต้องชะลอตัวลงจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศ และต่อมาการค้าขายชายแดนด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องหยุดชะงักลงหลังมีคำสั่งปิดด่านจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส-19 อย่างรุนแรงในประเทศเมียนมา