เนชั่นทีวี

ข่าว

"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน

07 ต.ค. 2563 | jitima_chum

"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ขอนแก่นร่วมประชุมขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน ผลักดันอาชีพเลี้ยงสัตว์หลังประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่อง

วันที่ 7 ต.ค.63 นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับ นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอ เกษตรอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น เพื่อรับฟังบรรยายสรุปและประเด็นปัญหาในพื้นที่ พร้อมมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ ณ ห้องประชุมแก่นเมือง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีหน้าที่กำกับ ติดตาม เร่งรัด ช่วยเหลือเยียวยา และขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่โดยเริ่มจากปัญหาที่เป็นความเดือดร้อนเร่งด่วน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็วทันเหตุการณ์ ซึ่งตนรับผิดชอบในระดับพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ จ.ร้อยเอ็ด 




"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน








"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน







นอกจากนั้น ยังให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด ซึ่งจังหวัดขอนแก่นได้แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับจังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธาน มีรองผู้ว่าราชการขอนแก่นทุกคนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกันโดยสรุปปัญหาต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ ภัยแล้ง ที่ดินทำกิน การเลี้ยงปลาในกระชังในอ่างเก็บน้ำเขื่อนอุบลรัตน์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ด้านแรงงาน เป็นต้น ตลอดจนมีประเด็นการพัฒนาที่สำคัญ คือ การแก้ไขปัญหาความยากจน Smart Farmer การเพิ่มผลผลิตปลาในพื้นที่ดินเค็มที่ไม่สามารถทำการเกษตรประเภทอื่นได้ เพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพด้านการเกษตร เป็นต้น          




"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน







นายประภัตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ภัยแล้ง มีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร และอุปโภคบริโภค 10 อำเภอ 64 ตำบล ซึ่งได้มีมาตรการเตรียมความพร้อมและการช่วยเหลือ ดังนี้ 1. จัดหาพื้นที่กักเก็บน้ำทั้งขนาดใหญ่และขนาดย่อม 2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้น้ำของเกษตรกร โดยใช้น้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3. แผนปฏิบัติการฟื้นฟูเยียวยาเกษตรผู้ประสบภัย ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 กรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดทำโครงการปลูกพืชใช้น้ำน้อย โดยสนับสนุนค่าเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ไร่ละ 200 บาท และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ไร่ละ 245 บาท 




"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน






ภาคการเกษตรประสบปัญหาจากฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และอุทกภัย ดังนั้นเกษตรกรจึงต้องหาอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปี ซึ่งอาชีพด้านปศุสัตว์และการปลูกพืชสำหรับอาหารสัตว์นั้น สามารถยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรให้ดีขึ้นได้ ซึ่งรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ และกิจการที่เกี่ยวเนื่องฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถภาคปศุสัตว์ไทย (โคขุนกู้วิกฤต COVID-19)ในวงเงินสินเชื่อ 50,000 ล้านบาท โดยเกษตรกรต้องรวมกลุ่มจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน อย่างน้อย 7 คน กู้ได้ไม่เกินกลุ่มละ 10 ล้านบาท หรือกู้ 1 ล้านบาท ดอกเบี้ย 100 บาท โดยมีตลาดรองรับโดยมีประกันราคาหากสัตว์เสียชีวิต           



"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน







สำหรับความต้องการโคเนื้อของต่างประเทศมีมากถึง 500,000 - 1,000,000 ตัวต่อปี ไก่พื้นเมืองโดยเฉพาะตลาดประเทศกัมพูชา ต้องการไม่น้อยกว่า 50,000 ตัวต่อวัน ส่วนแพะมีความต้องการ 200,000 - 300,000 ตัวต่อปี และจากรายงาน ของ USDA (April 2020) ในปี 2563 คาดว่า ความต้องการบริโภคเนื้อโคของโลกมีมากถึง 60 ล้านตัน เนื้อสุกร 90 ล้านตัน และเนื้อไก่ 98 ล้านตัน ซึ่งความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มสูงขึ้น จึงเป็นโอกาสของพี่น้องเกษตรกรได้สร้างรายได้





"รมช.ประภัตร" ขับเคลื่อนไทยไปด้วยกัน ดันเลี้ยงสัตว์แก้จน






ทั้งนี้ จังหวัดขอนแก่น มีพื้นที่ 6.8 ล้านไร่ พื้นที่ทางการเกษตร 4.22 ล้านไร่ เขตการปกครอง 26 อำเภอ 199 ตำบล 2,334 หมู่บ้าน GPP ปี 2561 รวม 211,192 ลบ. (คิดเป็นร้อยละ 1.3%ของ GDP ประเทศไทย) ด้านเศรษฐกิจภาคเกษตร 21,432 ล้านบาท (10.15%) พืชเศรษฐกิจหลัก ข้าว อ้อยโรงงาน มันสำปะหลังปศุสัตว์ โคเนื้อ สุกร ไก่เนื้อ โคนม





ข่าวล่าสุด