ล่าสุด ทางเครือบีทูได้แตกไลน์ธุรกิจ โดยเพิ่งเข้าไปเทคโอเวอร์ ร้านกาแฟWAKE UP COFFEE โลคอลแบรนด์ชื่อดังของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมี13 สาขา ตั้งในหลายจังหวัดของประเทศไทย เป็นร้านกาแฟครบวงจรที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะเล็งเห็นว่าเป็นธุรกิจร้านกาแฟที่มีแนวโน้มที่ดีสามารถต่อยอดได้ และเป็นจังหวะที่กำลังสร้างโมเดลใหม่ให้กับธุรกิจโรงแรมในเครือบีทู เมื่อได้คุยกับทางผู้บริหารWAKE UP COFFEE มีมุมมองในการสตาร์อัพธุรกิจในทิศทางเดียวกัน เดิมโรงแรมบีทูไม่ได้ขายอาหาร กาแฟ ดังนั้น การที่จะนำเอาร้านกาแฟที่มีพื้นฐานของลูกค้า และมีผลิตภัณฑ์กาแฟตั้งต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำเข้ามาอยู่ในโรงแรมบีทูทั่ว ประเทศไทย จะเป็นอีกหนึ่งโมเดลของธุรกิจที่ลูกค้าเข้าถึงเครือบีทูมากกว่าการเข้ามาพักได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ดร.นิรันดร์ กล่าวอีกว่า ในสิ้นปีนี้เครือโรงแรมบีทู ยังคงเดินหน้าเปิดโรงแรมที่สร้างไว้อีก 4 สาขา ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 2แห่ง และกรุงเทพ 2 แห่ง โดยจะนำโมเดลธุรกิจใหม่มาดำเนินการสาขาแรกที่ โรงแรมบีทูริเวอร์ไซด์ ติดกับแม่น้ำปิงริมสะพานนครพิงค์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งที่นี่จะเห็นรูปโฉมใหม่ของเครือโรงแรมบีทู ที่มีความหลากหลายที่มากกว่าธุรกิจโรงแรม ซึ่งต่อไปก็จะเห็นภาพของร้าน กาแฟWAKE UP COFFEE ที่ปัจจุบันมีอยู่แล้ว 13 สาขาขยับขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกไปในโรงแรมเครือบีทูทั่วประเทศไทย โดยทั้งโรงแรม และร้านกาแฟ ก็ต่างมีอัตลักษณ์เป็นโลคอลแบรนด์ของเชียงใหม่ที่พร้อมจะก้าวไปสู่ทุกมุมเมืองในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ในปี 2564 ทิศทางในการทำธุรกิจโรงแรม และธุรกิจกาแฟของเครือบีทูจะเดินคู่ขนานกัน และตามแผนจะเปิดสาขาอีก 4 แห่ง ในจังหวัดสุรินทร์, ภูเก็ต, กระบี่ และขอนแก่น โดยเป็นแผนงานที่ได้เตรียมการก่อสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนสาขาที่จะเพิ่มนอกเหนือจากนี้ ที่ได้ซื้อที่ดินไว้แล้วนั้น อาจจะต้องชะลอออกไปก่อน โดยจะประเมินจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และภาวะเศรษฐกิิจภาพรวมด้วย แต่ยังมีความมั่นใจว่า จากมาตรการต่างๆของภาครัฐ และการให้ความร่วมมือที่ดีของประชาชนชาวไทยทุกคน จะทำให้ประเทศไทยผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ และภาคธุรกิจก็จะทยอยกลับมาถอดบทเรียน และปรับตัวในการทำธุรกิจอย่างไรให้อยู่รอดได้