นายแพทย์ไบรอัน การิบัลดี หนึ่งในคณะแพทย์ที่ทำการรักษาทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวานว่าถ้าทรัมป์ยังคงดูดี และรู้สึกดีเหมือนที่เป็นในวันนี้ ความหวังของคณะแพทย์ก็คือ จะสามารถวางแผนปล่อยทรัมป์กลับทำเนียบขาวได้เร็วที่สุดในวันพรุ่งนี้ เพื่อกลับไปเข้ารับการรักษาต่อที่นั่น
ด้านนายแพทย์ ฌอน คอนลีย์ แพทย์ประจำทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ในการตรวจเมื่อคืนวันพฤหัสบดีและเช้าวันศุกร์ ทรัมป์มีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ในช่วงเช้าของวันศุกร์ ทรัมป์มีไข้สูง และอัตราความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดลดลงต่ำกว่าระดับ 94 เปอร์เซ็นต์ เขาจึงถูกนำตัวมาที่ศูนย์การแพทย์ทหารแห่งชาติวอลเตอร์ รีดเมื่อบ่ายวันศุกร์ ด้วยความกังวลว่าอาการของเขาอาจจะแย่ลงอย่างกะทันหัน ที่นี่เขาได้รับออกซิเจนเสริมเป็นเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ภายในวันเดียวกันนั้น ระดับออกซิเจนของทรัมป์ ก็กลับมาสูงขึ้นกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และเขาก็ลุกขึ้นจากเตียง และเคลื่อนที่ไปมาได้ เขาไม่มีไข้มาตั้งแต่คืนวันศุกร์และเดินไปมาโดยไม่มีการหายใจที่ติดขัด แต่ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงอีกครั้งในช่วงเช้าวันเสาร์
ทรัมป์ได้รับยา " เรมเดซิวีร์ " ครั้งที่สองในคืนวันศุกร์โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน และเพื่อตอบสนองต่อ" ระดับออกซิเจนลดต่ำลงชั่วคราว" เขายังได้รับยา เดกซาเมธาโซน ซึ่งเป็นสเตียรอยด์ต้านการอักเสบ
ระดับออกซิเจนในเลือดนั้นเป็นสัญญาณด้านสุขภาพที่สำคัญสำหรับคนไข้โควิด-19 ในคนปกติ ระดับออกซิเจนจะอยู่ที่ 95-100 เปอร์เซ็นต์ หากต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าน่าเป็นห่วง
ในส่วนของการสแกนปอด คณะแพทย์บอกว่า ก็พบสิ่งที่คาดหวังว่าจะพบ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทางการแพทย์เป็นห่วงอะไร ซึ่งการพูดแค่นี้ก็ทำให้สื่อมวลชนมองกันว่าคณะแพทย์อาจจะพยายามปกปิดข้อมูลอะไรบางอย่าง
เมื่อวันเสาร์ มาร์ก มีโดวส์ หัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวก็สร้างความสับสนให้กับสื่อมวลชน เมื่อเขาบอกว่าสัญญาณชีพของประธานาธิบดีในช่วงวันที่ผ่านมา " น่าเป็นห่วงมาก" ซึ่งดูเหมือนจะขัดแย้งกับการอัพเดทข้อมูลทางการแพทย์ของแพทย์ที่ทำการรักษาประธานาธิบดี ซึ่งนายแพทย์คอนลีย์ ก็ออกมาแก้ต่างว่า ที่มีโดวส์พูดถึงนั้น เป็นช่วงเมื่อวันศุกร์ เมื่ออุณหภูมิของทรัมป์สูงขึ้น และระดับออกซิเจนลดลงทำให้เขาต้องย้ายมาพักที่โรงพยาบาล