ส่วนนางวราพร แย้มศรี อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 146 ม.9 ต.ทัพเสด็จ กล่าวว่า เดินทางไปเสียภาษีที่ดินจำนวน 34 ไร่ ที่ อบต.ทัพเสด็จ เจ้าหน้าที่บอกว่า ที่นาฝั่งนี้เสียภาษีไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่สีดำ จึงถามนายกฯ อบต.แจ้งว่า พื้นที่บริเวณนั้นทหารมาประชุมและจะลงไปตรวจสอบเร็ว ๆ นี้ และเรียกชาวบ้านขึ้นไปประชุม เพื่อให้เรายินยอมเป็นที่สาธารณะ ก่อนหน้านี้ร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ นายอำเภอไกล่เกลี่ยแล้ว ทำไมถึงมาเป็นแบบนี้อีก การประชุมแต่ละครั้งไม่มีชาวบ้านเขตนี้ไปเลย ซึ่งตนเองไม่ยินยอมให้เป็นที่สาธารณะ เพราะทำกินมาก่อนตั้งแต่สมัยรุ่นพ่อ
ขณะที่ นายสำเภา พิมพ์สุวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน ม.9 บ้านร่มไทร กล่าวว่า ที่ดินเดิมมีการจับจองจนกระทั่งหลังการต่อสู้กับเขมรสามฝ่าย ปัจจุบันทางกัมพูชายังทักท้วงว่า เป็นดินแดนของประเทศด้วย จากการตรวจสอบกันในการประชุมครั้งสุดท้ายที่อำเภอตาพระยา มีที่ดิน สปก. ป่าไม้ เกษตรอำเภอ กำนัน และ อบต. ซึ่งก็มีการตรวจสอบกันแล้ว พื้นที่ตรงนี้ไม่เคยมีคำสั่งจากจังหวัดหรือที่ดิน รังวัดพื้นที่เป็นที่สาธารณะ กระทั่งปี 2558 ที่มีการจัดตั้งหมู่บ้านป้องกันชายแดน (ปชด.) จึงมีการจัดสรรให้เป็นหมู่บ้านเป็นพื้นที่สาธารณะ จัดสรรให้รายละ 14 ไร่เท่านั้น สรุปพื้นที่ตรงนั้นไม่ใช่พื้นที่สาธารณะ แต่มีการไปอ้างพื้นที่เดิมซึ่งปัจจุบันยังไม่ได้เป็นที่สาธารณะ และมีข้อสรุปหลังจากประชุมกับนายอำเภอว่า ถ้าไม่ใช่ที่สาธารณะก็ให้ชาวบ้านเข้าทำกินเช่นเดิม และให้ผู้ใหญ่ที่ไปปักหลักเขตนำออกไป แต่ยังไม่มีการรื้อถอนหลักออกไปจนปัจจุบัน
ทางด้าน น.ส.สายหยุด อินทร์ประสงค์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 บ้านแสง์ (บ้านสะแหง๋) ต.ทัพเสด็จ อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเข้าดำเนินการปักหลักเขตดังกล่าว ชี้แจงว่า พื้นที่ตรงนี้สมัยปู่ย่าตายยายเป็นที่สาธารณะ เรียกว่า ทำเลสัตว์ทุ่งสำโรงสวนพระ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตั้งแต่คนที่ 1 มาจนถึงคนที่ 9 คือตนเอง ก็จะบอกลูกหลานว่า คนที่เกิดที่นี่โดยตรงจะไม่กล้าไปยุ่ง เพราะที่ตรงนี้ยืดเยื้อมานาน อย่างที่บอกนั้นไม่มีที่ทำกินหรืออย่างไร ซึ่งสรุปมีการกันที่ตรงนี้ไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษ เอกสารก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่เราพูดกันลอย ๆ ถ้าเอาพยานหลักฐานทั้งบุคคลและเอกสารเรามี เพราะไปถ่ายเอกสารจากที่ดินอำเภอมา เป็นที่สาธารณะแปลงที่ 6 ของหมู่บ้านนี้ อยากให้ไปตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จึงไม่อยากตอบคำถาม
"เรื่องนี้เป็นของป่าไม้ เพราะป่าไม้เป็นเจ้าของพื้นที่ ป่าไม้กับทหารจะเป็นคนคุยเอง เพราะป่าไม้บอกว่า 100% แล้วที่เป็นป่าสงวนฯ และทางเจ้าหน้าที่ทหารขอใช้พื้นที่ต่อ พื้นที่นี้เดิมอยู่ในเขต ม.2 เพราะบ้านร่มไทรเป็นเขตจัดสรรทีหลังจึงไม่อยากตอบอะไร เพราะมีหลักฐานเอกสารพร้อม ส่วน อบต.ซึ่งอยู่ระหว่างเชิญที่ดินอรัญประเทศ มาออกรังวัด เพื่อออก น.ส.ล. เนื่องจากเขาคิดว่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เมื่อชาวบ้านไม่ยอมออก รุกไปเรื่อย ๆ การประชุมเมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงสรุปว่า ทาง อบต.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องและชาวบ้านประชุมกันใหม่ โดยทำเรื่องไปที่อำเภอ เพื่อเรียกผู้ใหญ่ทั้ง 12 หมู่บ้าน ในตำบลทัพเสด็จ มาพูดคุยเพื่อให้รับทราบ แต่ส่วนมาก 90% รู้พื้นที่ตรงนี้ และเชิญ สปก., ที่ดินอรัญประเทศ ป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ตชด. ที่อยู่หน้าแนวมารับทราบตรงนี้ ส่วนการถอนหลักออกไปหรือไม่ ในวันประชุมที่อำเภอ การปักหลักไม่ได้ไปปักโดยพลการ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้มาร่วมประชุมประชาคมที่หมู่บ้าน มีบันทึกไว้หมด มีผู้เข้าร่วมประชุม 105 คน รวมทั้งผู้บุกรุกในหมู่ 2 และหมู่ 9 ก็มารับฟังด้วย" ผู้ใหญ่บ้าน ม.2 บ้านแสง์ (บ้านสะแหง๋) กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากกรณีดังกล่าวและเกรงว่า จะถูกยืดที่ดินทำกินของบรรพบุรุษไปไม่สามารถทำมาหากินได้ต่อไป เตรียมรวมตัวกันเพื่อเดินทางเข้าแจ้งความอาญา มาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่กับผู้ดำเนินการปักหลักเขตดังกล่าว ที่ สภ.บ้านทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ในวันจันทร์ที่ 5 ต.ค.นี้ หลังจากนั้นจะทำหนังสือและรวบรวมหลักฐานเพื่อยื่นทูลเกล้าถวายฏีกาต่อสำนักองคมนตรีต่อไป
ภาพ-ข่าว ธนภัท กิจจาโกศล