เนชั่นทีวี

ข่าว

"บิ๊กอู๊ด"สั่งเชือดโรงเรียนฉาว ขนครูต่างด้าวสอนหนังสือ

29 ก.ย. 2563 | jiradej

"บิ๊กอู๊ด"สั่งเชือดโรงเรียนฉาว ขนครูต่างด้าวสอนหนังสือ

ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งดำเนินคดีครูฟิลิปปินส์ ทำร้ายเด็กนักเรียน พร้อมเอาผิดโรงเรียนโทษฐาน รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต ย้ำเจ้าหน้าที่ ตม.ยึดหลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ควบคู่การดำเนินคดีในทุกกรณี

จากกรณีครูสอนภาษาชาวฟิลิปปินส์ โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งมีภาพปรากฏในคลิปวีดีโอ. ใช้ความรุนแรง ด้วยการกระชากแขนเด็กอนุบาลในห้องครูจุ๋ม โดยมีหลักฐานเป็นคลิปจากกล้องวงจรปิด ที่ผู้ปกครองรายหนึ่งนำมาเผยแพร่ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น   
                                       

"บิ๊กอู๊ด"สั่งเชือดโรงเรียนฉาว ขนครูต่างด้าวสอนหนังสือ

  เกี่ยวกับเรื่องนี้ (29 กันยายน) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พลตำรวจโทสมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า ปกติทาง ตม.จะมีชุดตรวจสอบในการขออยู่ต่อ เช่น กรณีของครูฯ จะต้องได้รับหนังสือรับรองใบประกอบวิชาชีพ จากกระทรวงศึกษา เมื่อได้ใบประกอบวิชาชีพมาแล้ว ก็จะมายื่นเรื่องให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จากนั้นก็ต้องไปยื่นขออนุญาตการทำงานกับกระทรวงแรงงานต่อ 
ส่วนกรณีโรงเรียนที่กำลังตกเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ทาง ตม.ได้ร่วมกับตำรวจพื้นที่ ทำการตรวจสอบ พบครูชาวต่างชาติหลายคน โดยส่วนใหญ่มีใบอนุญาตการทำงานถูกต้อง ทั้ง วีซ่า พาสปอร์ต ยกเว้นครู 1 คน ที่ไม่มีใบอนุญาต ตนจึงได้สั่งการให้พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 โดยให้ทาง ตม.เมืองนนทบุรี ไปแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ราชพฤกษ์ จ.นนทบุรี กับครูรายนี้แล้ว ในเรื่องของการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนโรงเรียนดังกล่าว จะแจ้งข้อกล่าวหาตาม พ.ร.บ.การบริหารจัดการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 มาตรา 9 ห้ามผู้ใดรับคนต่างด้าวทำงานโดยที่คนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมา ตม.มีการจับกุมชาวต่างชาติ ที่แฝงเข้ามาเป็นครูมากน้อยแค่ไหน พลตำรวจโทสมพงษ์ กล่าวว่า สถิติที่ผ่านมา มีการจับกุมหลายคน ทั้ง ในพื้นที่อีสาน และ จังหวัดนครสวรรค์ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากเรียนว่า เหตุนี้เกิดจากครูไปทำร้ายเด็ก บางครั้งทาง ตม.ได้ทำตามหน้าที่ในการจับกุม แต่ก็ถูกนักเรียนหรือโรงเรียนนั้นแสดงความคิดเห็นว่า ทำไม ตม.ไปรังแกครูเขา เพราะครูที่มีความรู้ด้านภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ค่อนข้างมีน้อย ไม่พอกับความต้องการของนักเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนในต่างจังหวัด เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่จะต้องใช้หลักนิติศาสตร์ และหลักรัฐศาสตร์ ควบคู่กันไป โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ประเทศชาติ ผลประโยชน์ส่วนรวม บางครั้งโทษแค่ปรับ แต่เด็กได้รับการศึกษาด้านภาษา ซึ่งการติดต่อสื่อสารใช้ภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ บางครั้งการทำงานของเจ้าหน้าที่ฯ จึงคำนึงในส่วนนี้เป็นหลัก   
   เช่นกรณีการจับกุมในพื้นที่ จังหวัดนครสวรรค์ ทาง ตม.เคยจับกุมครูที่ได้รับอนุญาตสอนอยู่ในโรงเรียนหนึ่ง แต่ครูคนนี้เห็นเป็นโรงเรียนเทศบาล เขาจึงไปช่วยสอนในวันเสาร์-อาทิตย์ โดยไปในฐานะจิตอาสา แต่สุดท้ายก็มีคู่แข่งมาแจ้ง ตม. ซึ่งเมื่อได้รับแจ้งก็ต้องไปทำตามหน้าที่ เราก็ไม่อยากทำ แต่ถ้าเราไม่ทำ ก็จะถูกข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ประเด็นของโรงเรียนที่มีปัญหา เกิดจากครูไม่ได้มาตรฐาน และไปทำร้ายเด็ก เราก็จะต้องดูและให้ความเป็นธรรมไปเป็นกรณีๆ ไป ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า การทำหน้าที่ของ ตม.มีการกวดขันมาอย่างต่อเนื่อง และมีมาตรฐาน เราใช้ทั้งหลักนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ ผสมผสานกันไป

ข่าวล่าสุด