นายวุฒิพงศ์ จิตตั้งสกุล ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง และนายพิสิทธิ์ พัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค เปิดเผยรายงานดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนกันยายน 2563 ที่เป็นการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัด จากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า "ดัชนีRSI เดือนกันยายน2563 ชี้แนวโน้มความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้นในทุกภูมิภาคโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคเหนือและภาคตะวันออกในภาคเกษตรกรรมและภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการต่างๆของภาครัฐและสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลงอย่างไรก็ตามดัชนีแนวโน้มด้านการลงทุนและการจ้างงานของกทม. และปริมณฑลยังชะลอตัว
ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ที่ระดับ62.7แสดงถึงความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนที่แล้วโดยมีภาคเกษตรและภาคบริการเป็นปัจจัยสนับสนุนเนื่องจากปริมาณผลผลิตการเกษตรมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอาทิ ข้าวยางพาราและสับปะรดเป็นต้น นอกจากนี้ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มคลี่คลาย ร้านค้าเริ่มทยอยเปิดกิจการและเริ่มมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 60.3สะท้อนถึงการคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเนื่องจากเป็นช่วงที่พืชผลทางการเกษตรหลายชนิดออกสู่ตลาดเช่นข้าวนาปีข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ชาและกาแฟเป็นต้นและทำให้มีวัตถุดิบป้อนโรงงานมากขึ้นด้วยสำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจของภาคตะวันออก อยู่ที่ระดับ60.0แสดงถึงความเชื่อมั่นเศรษฐกิจในอนาคตที่ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าเช่นกันโดยมีภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยสนับสนุนหลัก เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเพิ่มมากขึ้นทำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวเพิ่มขึ้นและมีการลงทุนในการผลิตสินค้าเกษตรเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มคลี่คลายจึงคาดว่าจะมีความต้องการซื้อสินค้าที่สูงขึ้น