(24 กันยายน 2563) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า การลงมติแก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นจุดพลิกผันของสถานการณ์บ้านเมือง จึงคาดว่า ส.ว.จะลงมติเปิดทางให้ประชาชน ได้มีความหวังเล็กๆขึ้นมาบ้าง ซึ่งการลงมติทั้ง 6 ญัตตินั้น เป็นของฝ่ายรัฐบาล 1 ญัตติ และจากฝ่ายค้าน 5 ญัตติ โดยก่อนหน้านี้ประเมินกันว่า 5 ญัตติของฝ่ายค้านจะถูกคว่ำทั้งหมด แต่การอภิปรายในสภาฯ เมื่อวันที่ 23 ก.ย.นั้น กลับสะท้อนถึง ส.ว. ส่วนใหญ่ไม่ยอมให้แก้รัฐธรรมนูญเลย โดยเข้าทำนองว่ารัฐธรรมนูญข้าใครอย่าแตะ
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดปัจจุบันแถลงนโยบายจะแก้รัฐธรรมนูญ หากในช่วงการลงมติในวันนี้ (24 ก.ย.) ส.ว.คว่ำทั้ง 6 ญัตติแล้ว ตนเชื่อว่า รัฐบาลก็จะอยู่ยากเช่นกัน เพราะหัวหน้า คสช. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงนามแต่งตั้ง ส.ว.ทั้ง 250 คน ย่อมถูกลากดึงให้มาร่วมรับผิดชอบในการลงมติแก้รัฐธรรมนูญของ ส.ว.ด้วย
"ผมยังเชื่อว่า คนที่จะชี้ในสถานการณ์นี้ต้องตัดสินใจ หากทั้ง 6 ร่างแก้ รธน.ไม่ผ่านเลยนั้น จะเป็นจุดพลิกผัน แต่อย่างไรผมเชื่อว่า ต้องผ่านสักหนึ่งร่างแก้ รธน.ของรัฐบาล ส่วนร่างของฝ่ายค้านเชื่อว่า ไม่ผ่าน ซึ่งก็เป็นเรื่องดี ที่ประชาชนจะมีความหวังได้บ้าง" นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ ถ้าผ่านเฉพาะแก้รัฐธรรมนูญ มาตรา 256 แล้ว ในขั้นตอนคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ต้องเจอวิบากอีกมากมายเป็นอุปสรรค ดังนั้น ในสถานการณ์ประเทศเช่นนี้แล้ว ส่วนตัวจึงเรียกร้องให้ยุบสภาฯ ดีกว่า แล้ว ส.ว.ก็ประกาศเจตนารมณ์จะไม่โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี สวนทางกับเสียง ส.ส.ถ้ายังไม่มีการตัดสินใจให้ ส.ว. ลงมติเช่นไรแล้ว โดยปล่อยให้โหวตเสรี เชื่อว่าญัตติแก้รัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่าง ต้องถูกคว่ำแน่นอน เพราะจะไม่มีเสียง ส.ว.ถึง 84 เสียงตามเงื่อนไขการแก้รัฐธรรมนูญเลย