การศึกษาที่เริ่มตั้งแต่เมื่อวาน จะเป็นการศึกษาวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก โดยจะเป็นการทดสอบในอาสาสมัคร 60,000 คนทั้งในสหรัฐ แอฟริกาใต้ อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโกและเปรู
วัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน พัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่แตกต่างจากวัคซีนอื่น ๆ เล็กน้อยสำหรับการทดสอบในระยะสุดท้าย โดยมันใช้โมเดลจากวัคซีนอีโบลาที่บริษัทพัฒนาขึ้น มันไม่เหมือนวัคซีนอีกสามตัวที่เริ่มการทดสอบในระยะสุดท้ายในสหรัฐ โดยมันจะใช้ฉีดเพียงเข็มเดียว ไม่ใช่สองเข็มแบบวัคซีนตัวอื่น นายแพทย์ พอล สโตฟเฟลส์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันบอกว่า " การฉีดเข็มเดียว อาจจะมีความสำคัญมากสำหรับการใช้ในกรณีฉุกเฉิน วัคซีนแบบนี้มีการทดสอบล่าช้ากว่าตัวอื่น แต่ในเรื่องประสิทธิภาพ จากการทดสอบในระยะที่ 1 พบว่าการให้วัคซีนแบบฉีดเข็มเดียว ก็เพียงพอที่จะปกป้องผู้คนได้เป็นเวลานาน เขาบอกว่าการศึกษาเรื่องนี้มีขนาดใหญ่พอที่จะให้คำตอบได้ภายในต้นปีหน้า
วัคซีนอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่งที่พัฒนาในสหรัฐ ซึ่งก็รวมถึงที่ผลิตโดยโมเดอร์น่าและไฟเซอร์ และวัคซีนตัวอื่น ๆ ที่พัฒนาในประเทศอื่น ๆ อยู่ในการทดสอบขั้นสุดท้ายกันแล้ว และสหรัฐก็มีความหวังสูงที่จะได้รับคำตอบที่ดีเกี่ยวกับวัคซีนอย่างน้อยตัวหนึ่งที่พัฒนาในสหรัฐ ภายในสิ้นปีนี้ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น
ด้านนายแพทย์ ฟรานซิส คอลลินส์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐ ยืนยันว่าการแข่งขันเรื่องวัคซีน ไม่มีการรอมชอม "เราต้องการทำทุกอย่างที่ทำได้ โดยที่ต้องไม่เสียสละด้านความปลอดภัยหรือประสิทธิภาพ เพื่อให้แน่ใจว่าเราจะได้วัคซีนที่จะช่วยชีวิตผู้คนได้ "