ตัวแทนจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 ชี้แจงว่า ในภาคใต้มีการทำธุรกิจบ้านนกนานแล้ว ในทางกฎหมาย นกนางแอ่นเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ในทางกฎหมาย รัฐบาลได้เปิดให้สัมปทานเก็บรังนกในถ้ำได้ แต่สำหรับบ้านนกยังไม่มีกฎหมายรองรับ ในการทำธุรกิจบ้านนก จากการสอบถามเบื้องต้น เจ้าของตึกอ้างว่า ไม่ได้เลี้ยง นกมาอยู่อาศัยเอง ตามพ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ป่าปี 2535 แค่ล่อ ( เป่าปาก ) ก็ถือว่าพยายามล่าสัตว์แล้ว แต่กฎหมายใหม่ที่บังคับใช้วันที่ 25 พ.ย.2562 การเข้าข่ายคำว่าล่าได้ต้องเข้าข่ายเพื่อทำอันตรายต่อสัตว์นั้น
สำหรับการเปิดตึกให้นกนางแอ่นมาทำรัง พวกเขาอ้างว่า เขาไม่ได้จับนก เขาแค่มาเอารังนก ไม่ได้มาจับที่ตัวนก เป็นการใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ตามกฎหมายสัตว์ป่าปี 2562 ถ้าจะจับพวกนี้ได้ ต้องไปจับตอนที่พวกนี้เก็บของกลางซึ่งเป็นรังนก มีความผิดที่ครอบครองรังนก นกนางแอ่นเป็นนกชนิดเดียวที่กฎหมายควบคุมเรื่องการเก็บรัง ถ้าพบการเก็บรังซึ่งหน้า สามารถควบคุมและสามารถอายัดรังได้ การจะบังคับใช้กฎหมายต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
"ถ้ามองในด้านธุรกิจ มองให้เห็นถึงศักยภาพของการทำธุรกิจรังนกในจังหวัดพิษณุโลกได้ เพราะในตัวเมืองที่มีเสียงดังรบกวน นกยังมาอาศัยทำรังได้ ซึ่งรังนกมีราคาสูงถึงกก.ละ 80,000 บาท แต่ต้องรอการร่างและออกกฎหมายตัวใหม่ออกมาบังคับใช้ และการควบคุมการเลี้ยงที่ไม่ให้อยู่ในแหล่งชุมชน และต้องมีการออกเทศบัญญัติโดยท้องถิ่นห้ามเลี้ยงในเขตชุมชน"ตัวแทนคนเดิม กล่าว
สำหรับข้อสรุปการประชุมวันนี้ เทศบาลนครพิษณุโลก จะเร่งดำเนินการตามพ.ร.บ.สาธารณสุขเรื่องการระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญ เพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมทั้งประสานให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อน ตั้งตัวแทน 3-5 ราย เพื่อเข้าติดตามความคืบหน้าการแก้ไขต่อไป