สร้างบ้านปลาจาก7ขาแท่นปิโตรเลียมครั้งแรกของไทย
21 ก.ย. 2563 | supitcha

นครศรีธรรมราช - สวยงามปะการังเทียมอ่าวไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,เชฟรอนประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เร่งสร้างบ้านปลาจาก7ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเป็นครั้งแรก
ข่าว
21 ก.ย. 2563 | supitcha

นครศรีธรรมราช - สวยงามปะการังเทียมอ่าวไทย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ,เชฟรอนประเทศไทย และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เร่งสร้างบ้านปลาจาก7ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเป็นครั้งแรก
ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อ 21 กันยายน 2563 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต รวมทั้งศูนย์บริการวิชาการจุฬาลกงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ติดตามการจัดวางขาแท่นที่ 4 ที่ถูกรื้อถอนและเคลื่อนย้ายจากแหล่งผลิตกลางอ่าวไทย ไปยังพื้นที่จัดวางบริเวณเกาะพะงัน ในระยะทาง 150 กิโลเมตร ด้วยเรือเครนขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะในการยกสิ่งของซึ่งมีน้ำหนักมากถึง 3,000 ตัน โดยคาดว่าจะดําเนินการจัดวางครบทั้ง 7 ขาแท่น ภายในเดือนกันยายน 63
นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่าที่ผ่านมา ทช. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจัดทำปะการังเทียม เพื่อเป็นการอนุรักษ์เพาะพันธุ์สัตว์น้ำเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในทะเล ปีละประมาณ 100 ล้านบาทอยู่แล้ว การที่นำส่วนของขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียม ซึ่งมีความคงทน แข็งแรง ทำจากเหล็กกล้า (carbon steel) มาจัดวางเป็นปะการังเทียมเพิ่มเติม โดยการสนับสนุนงบประมาณและทรัยากรจากบริษัท เชฟรอน
อธิบดีกรมทรัพยากรฯ ระบุอีกว่า สิ่งสำคัญก่อนเริ่มดำเนินโครงการได้มีการศึกษาทดลอง ด้วยการนำโครงสร้างเหล็กจำลองชนิดเดียวกับขาแท่นปิโตรเลียมไปวางเป็นปะการังเทียม ที่อ่าวโฉลกหลำ เกาะพะงัน โดยสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และ ทช. ร่วมกันศึกษามาตั้งแต่ปี 2556 พบว่าวัสดุมีความเหมาะสม สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดอย่างได้ผล รวมทั้งมีการใช้ประโยชน์ของพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวและการประมงอย่างมาก
สำหรับลักษณะของขาแท่นขุดเจาะเหล่านี้ มีน้ำหนักราว 300700 ตัน สูง 70-84 เมตร เมื่อวางในแนวนอนความกว้างของฐานจะสูงประมาณ 20-22.5 เมตร การนำมาจัดวางที่ระดับน้ำ 40 เมตรเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือทุกชนิด มีระยะห่างของยอดกองปะการังเทียมกับผิวน้ำไม่น้อยกว่า 15 เมตร ซึ่งมั่นใจว่าจะกลายเป็นบ้านปลาและแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำวัยอ่อน นอกจากนี้ยังเพิ่มแหล่งดำน้ำแห่งใหม่ในเขตน้ำลึก และช่วยลดผลกระทบจากการดำน้ำในแนวปะการังธรรมชาติลงได้ หลังจากจัดวางขาแท่นปิโตรเลียมครบทั้ง 7 ขาแท่นแล้ว ทช. และจุฬาฯ ซึ่งได้รับงบประมาณจากทางเชฟรอน 22.8 ล้านบาท จะร่วมกันศึกษา ติดตามและประเมินผลโครงการ ในระยะแรก 2 ปี
นายอรรจน์ ตุลารักษ์ ผู้จัดการแผนกรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่เลิกใช้งานในกิจการปิโตรเลียม บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า ส่วนของขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมในปัจจุบันจริงๆแล้วหน้าที่เสมือนปะการังเทียมอยู่แล้วเพราะมีโครงสร้างซับซ้อนและมีความทนทาน จึงทำให้มีสิ่งมีชีวิตเกาะติด การย้ายขาแท่นมาอยู่บริเวณที่ใกล้กับชายฝั่งมากขึ้นที่บริเวณเกาะพะงัน จะทำให้เกิดสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเล รวมถึงเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชนทางด้านการท่องเที่ยวและการประมงแนวทางนี้ประสบความสำเร็จมาแล้วในหลายพื้นที่ทั่วโลก อาทิ ในอ่าวเม็กซิโก บรูไน มาเลเซีย