ในขณะที่ต่างประเทศที่ไกลออกไปผมไม่ค่อยมีแรงจูงใจเท่าไหร่เพราะผมเป็นคนไม่ชอบพูดไม่ชอบคุยซึ่งการไปสถานที่แบบนั้นเราต้องถามทางต้องสื่อสารกับคนเยอะ
แต่สุดท้ายผมก็ได้เพื่อนที่ "เคมี" เข้ากันจนได้ลุยทริปด้วยกันเยอะแยะทั้ง มัลดีลฟ์, อินโดฯ, ไต้หวัน และ ญี่ปุ่น
ทั้งหมดทั้งมวลที่เล่ามามันเป็นการปลดปล่อยแบบพรวดพราดหลังก่อนหน้านี้ช่วงทำเว็บคนเดียวผมแทบไม่เคยมีวันหยุด ในแต่ละปีได้ค้างต่างจังหวัดคืนนึงก็ถือว่าสวรรค์สำหรับผมแล้ว
พอเริ่มเที่ยวบ่อยขึ้นจากที่แรกๆใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปผมได้ถอยกล้อง Fuji ตามมาด้วย Gopro และใกล้จะมี Drone เป็นน้องใหม่ล่าสุด จากเดิมที่สมัยก่อนเราจะไขว่คว้าตามหาโปสเตอร์ฟุตบอล, รองเท้าสตั๊ด, เสื้อลิเวอร์พูล, ไล่ล่าหาตั๋วไปดูบอล ตอนนี้เป็นอุปกรณ์ในการเดินทางแทนแล้ว
สำหรับในไทยการเดินทางไปจังหวัดนั้นจังหวัดนี้บ่อยครั้งเข้าผมสามารถเที่ยวคนเดียวได้ ขับรถโดยไม่ต้องมีใครมาชวนคุย ขอแค่มีกล้องและขาตั้งกล้องผมไปได้ทุกที่
ผมได้ประสบการณ์อะไรใหม่ๆจากการได้เสวนากับเจ้าของที่พักและชาวบ้าน รวมถึงได้รับน้ำใจจากคนแปลกหน้าที่เอ็นดูเราเหมือนลูกหลาน มีอะไรหลายอย่างมากที่ผมไม่ได้เล่าให้ใครฟัง
ผมรู้สึกได้ทันทีว่าชีวิตที่ผมหมกอยู่แต่บ้านและหน้าคอมมัน "กดทับ" ความเป็นตัวผมมานาน
การทำเว็บที่เต็มไปด้วยความอยาก "ชนะ" ทำให้ผมเคยต้องอารมณ์แปรปรวน,ขี้หงุดหงิดและโมโหร้าย
หลายปีก่อนน้องสาวเคยบอกว่าผมแอบน่ากลัวเพราะเหมือนเป็นคนมี 2 บุคลิกในคนเดียว บทจะดีก็ดี พอโมโหร้ายก็เป็นอีกคนไปเลย ยอมรับว่ารู้ตัวนะแต่ตอนนั้นควบคุมอารมณ์ไม่ได้
ผมเคยด่าน้องๆนักข่าวแบบสาดเสียเทเสียเพียงแค่ผิดพลาดเล็กน้อย ผมกลัวแค่ว่าเราจะเสียคนอ่านให้คู่แข่ง การอัพเดทข่าวสำคัญช้าเพียงแค่หลัก "วินาที" ก็เพียงพอที่คุณจะเสียเครดิตที่สะสมมา
ผมเคยอยากมีชื่อเสียงสมัยทำนสพ. คิกออฟ ด้วยการเขียนด่าใครหลายๆคน หนึ่งในนั้นคือ บอ.บู๋ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นเราก็คุยกันฉันมิตรผ่านอีเมล นอกจากบอ.บู๋ผมยังเขียนแขวะคนอื่นๆแบบไม่เลือกหน้าเพราะอยากดังไว
ผมเหยียบหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองขึ้นมาถึงจุดที่ตั้งใจเอาไว้ ผมลัพท์มันก็มีทั้งดีและไม่ดี ทั้งๆคนอื่นไม่เห็นจำเป็นต้องสร้างชื่อด้วยวิธีแบบผมเขาก็ประสบความสำเร็จได้
เมื่อเริ่มมีชื่อไปไหนก็มีคนมาทักมาขอถ่ายรูป มีเพื่อนในเฟสเต็ม 5,000 มีผู้ติดตามอีกหมื่นกว่าผมก็เริ่มคะนอง คิดต่างขวางโลกแม่งทุกเรื่อง แขวะด่าทุกอย่างเท่าที่จะเป็นกระแสเพราะรู้อยู่ว่าเรามีพวกในเฟสเยอะ ยังไงเดี๋ยวก็เม้นท์เลียเรา ความคะนองเริ่มทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้
จนในที่สุดผมรู้แล้วว่ามันไม่ใช่ตัวผม ผมถูกด้านมืดกดทับแบบไม่รู้ตัวจนวันที่ผมเริ่มหลุดออกมา ผมปิดเฟสหนีความวุ่นวาย มาเปิดเฟสใหม่ เพื่อนหลักร้อย โพสแต่เรื่องกินเรื่องเที่ยว ปัญหาชีวิตส่วนตัวก็ให้มันจบที่ "แชทเรา" ไม่เคยมีโผล่มาในที่สารธารณะเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
ผมกลับมองว่านี่แหละคือความสุขที่ผมตามหาอยู่
ครับ....ณ วันนี้ผมได้มองย้อนไปถึงสิ่งที่ผมทำไว้หลายๆอย่าง ผมรู้สึกโทษตัวเอง ความอยากชนะและอยากเป็นที่ 1 ทำให้ผมเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมทำงานได้ทุกเมื่อ
ในขณะเดียวกันโลกโซเซี่ยลที่ตอนนี้แข่งขันกันสูง มีหลายช่องทางมากกว่าเว็บแบบเก่า ผมยอมรับว่าแคแรคเตอร์ผมเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ชอบออกสื่อ ผมเกิดมาเพื่อขีดเขียน พ่นมันออกมาผ่านตัวหนังสือ
คนติดต่อหลังไมค์เพื่อขอสัมภาษณ์ ขอ live สด นั่นนู่นนี่ ผมปฏิเสธหมด ผมไม่ใช่เน็ตไอดอล ผมไม่ใช่คนที่จะมาชี้นำใคร หรือจะมาให้คำสั่งสอนใครได้ ผมไม่อยากมานั่งเล่าหรือพูดถึงความหลังหรืออะไรก็ตามแต่ที่ผมอยากเก็บมันไว้คนเดียว
ล่าสุดผมตื่นนอนงัวเงียสังเกตมีคนแท็กมาในเฟสและในบอร์ด เข้าไปดูเป็นรายการ NR sport ไลฟ์สดพูดถึง SoccsrSuck และตัวผม
ตอนแรกตั้งใจจะดูให้จบเพราะคงพูดถึงผมแค่ 2-3 นาทีเสร็จแล้วเดี๋ยวค่อยไปแปรงฟัน ดูไปเรื่อยๆอ่าวไม่เลิกพูดถึงผมซักที เลยต้องเอาไปฟังในห้องน้ำด้วย แปรงเสร็จอ่าวยังไม่จบ ต้องถือไปฟังตอนเวฟข้าวกินอีก สรุปเกือบทั้งรายการ ขอบพระคุณมากๆครับ
ผมฟังแล้วแอบปลื้มและดีใจจนทำตัวไม่ถูกเพราะไม่เคยมีใครที่ไหนมายกย่องให้เกียารติอะไรผมขนาดนี้ มันทำให้ผมได้รู้ว่ามีคนหลายคนที่ได้แรงบันดาลใจให้ไปทำเพจ,ทำช่องยูทูป, ทำรายการของตัวเองเพราะ SoccerSuck
ผมเห็นสมาชิกหลายคนสิงเว็บบอร์ด SoccerSuck แล้วไปเติบใหญ่มีชื่อเสียงในเฟสและยูทูป ผมรู้สึกดีใจกับพวกเขาด้วย สมัยนี้โซเชี่ยลเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ผลิต content มีช่องทางเป็นของตัวเองมันทำให้เราได้รู้ว่าคนเก่งๆพร้อมเกิดได้ทุกวันทุกเวลาทุกนาที
ผมไม่ถนัดจริงๆครับกับการต้องมาออกกล้องออกรายการสดหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีคนจับจ้อง สำหรับคำเชิญของทุกๆคนรวมถึงล่าสุดคุณนิค NR sport ผมขอคิดดูก่อนนะครับ ขอบคุณมากๆที่ยังคิดถึงกันแต่ตอนนี้ผมยุ่งมากกับการโอนถ่ายงานทุกๆอย่างภายในเว็บให้เจ้าของใหม่
แต่ยอมรับอย่างนึงเลยว่าผมไม่ค่อยเหมาะกับโลกโซเชี่ยล ณ ตอนนี้เลย
ผมรู้สึกมีความสุขมากกว่ากับการที่ได้อยู่กับตัวเองโดยไม่ต้องมีใครมาใส่ใจและพูดถึง หรือพี่เบนครับช่วยดูอันนี้ให้หน่อยหรือพี่เบนครับสมาชิกคนนี้ด่าผมครับ
ผมเริ่มเบื่อหน่ายกับการข่มขู่ของสมาชิกบางคนที่มีปัญหาในบอร์ดก็จะแกล้งผมด้วยการจะไปแจ้งความไกลๆเช่น 3 จังหวัดชายแดน ทำจริงไม่ทำจริงไม่รู้แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกถูกคุกคาม
ผมซึ่งไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านแต่ต้องคอยเป็นกรรมการตัดสินปัญหาระหว่างคน 2 คนกับความเห็นที่ไม่ลงรอยกันแถมเป็นเรื่องไร้สาระขี้หมูขี้หมา
เมื่อผลตัดสินออกมาไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหนผมมีแต่เจ็บตัว คนผิดไม่ยอมรับ โกรธแค้น บางคนขอเลิกเล่นเว็บ ศัตรูผมเพิ่มขึ้นอีกแล้ว
ผมถูกท้าทายจากสมาชิกด้วยการเล่นแร่แปรธาตุกับช่องโหว่ของกฏต่างๆจนบางครั้งผมไม่กล้าแบนไม่เด็ดขาดเหมือนสมัยแรกๆ
นอกจากนี้การพัฒนาเว็บมันหยุดมาหลายปีเพราะ project ที่เคยร่างไว้และยื่นให้โปรแกรมเมอร์ไปพิจารณาต้องพับฐาน นอกจากค่าใช้จ่ายสูงแล้วระบบเดิมมันค่อนข้างเก่าเกือบ 10 ปี
ดังนั้นการจ้างเขียนเพิ่มเติมก็ต้องรื้อของเดิมใหม่หมดและแน่นอนงบต้องสูงตาม
ด้วยวัยขนาดผมการลงทุนหนักๆมันไม่เซฟตี้เหมือนเมื่อก่อน ผมก็ต้องระวังทุกย่างก้าวเพราะผมยังต้องแบกภาระเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆในเว็บอยู่
ที่สำคัญเมื่อเราลงทุนมีค่าใช้จ่ายเยอะเราต้องหาเงินให้มากขึ้น ตัวผมเองไม่ถนัดเรื่องการตลาดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ผมถนัดแต่ผลิต content ผมไม่มีทีม sale ใดๆ มีแต่ระบบตอบแทนบุญคุณที่ช่วยเหลือเว็บมาตั้งแต่สมัยยังไม่มีรายได้
เมื่อเขาเข้ามาดูแลขายโฆษณาก็เริ่มขายแบบไม่เลือกมันก็ทำให้เว็บเป็นอย่างที่เห็น ไอ้ครั้นเราอยากจะล้างไพ่เพื่อเริ่มนับหนึ่งก็ทำได้ยากเพราะบางรายก็ลง 6 เดือนบ้างลงเป็นปีบ้าง บางรายช่วยเหลือเรามานานก็ต้องตอบแทน สลัดออกดื้อๆมันก็จะมีปัญหาตามมาแน่นอน
น้ำท่วมปากทำอะไรมากไม่ได้ การตัดสินใจอะไรหลายๆอย่างมันไม่ใช่ผมคนเดียวอีกแล้ว
การสูญเสียหัวหน้า, พี่ที่เคารพ หรือล่าสุดเพื่อนรักที่สุดในชีวิตยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าทำไมผมต้องทำงานหนักแล้วจากโลกนี้ไปโดยที่เรายังไม่ได้ทำอะไรอีกมากมายที่อยากทำ
เวลาของผมเหลือน้อยลงทุกที ไม่วันใดวันหนึ่งอาจจะมีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้นอันนี้เราเองก็ไม่รู้
ทุกๆครั้งที่ไปดำน้่ำ ปีนเขา หรือนั่งเครื่องบิน ผมชอบคิดไปเองตลอดว่าถ้าเราเป็นอะไรไปใครจะจ่ายเงินเดือนน้องๆ ใครจะตอบอีเมลลูกค้า ใครจะคอยดูแลความเรียบร้อยในบอร์ดต่อจากเรา ภาพ 18+ ใครจะมานั่งดูแทนเรา
ขนาดไปเที่ยวเกาะเต่าซึ่งเป็นกิจกรรมทางน้ำแต่ผมดันไปหลงป่าตอนขึ้นไปจุดชมวิวได้อ่ะคิดดู ไปขึ้นเขาผิดลูกหลงอยู่ 3 ชั่วโมงหาทางลงไม่ได้ ต้องปีนหน้าผาลงมา โบกมือขอความช่วยเหลือก็ไม่มีใครเห็น ฝรั่งก็ดันโบกมือทักทายกลับอีก ต้องปีนโขดหินเลือดซิบกว่าจะกลับเข้าฝั่งได้
การพักฟิ้นจากการผ่าตัดเอ็นไขว้ขาดก็เป็นอีก "ตัวเร่ง" ทำให้ผมเห็นคุณค่าในชีวิตตัวเองแบบสุดลิ่มทิ่มประตู ผมเห็นถึงความสำคัญของ พ่อ, แม่, พี่ชาย และ น้องสาว มากกว่าที่เคย
คนที่ผมเคยทุ่มเท คิดถึงแต่เขามากกว่าใครๆสุดท้ายเมื่อถึงจุดๆนึงเขาก็มีคนสำคัญกว่ารออยู่ เราต่างหากคือคนสำคัญที่สุดของครอบครัวไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนๆ
ผมจึงไม่ค่อยกล้าเปิดรับอะไรอีกแล้ว ผมพยายามเลี่ยงความสัมพันธ์ทุกรูปแบบที่อาจก่อตัวเป็นความสนิท ผมจะมีกำแพงกั้นเอาไว้หากเกิดการรุกล้ำพื้นที่เข้ามาเพราะผมรู้ตัวว่าผมเข้ากับคนยาก ผมไม่อยากให้ใครมาเกลียดในความเป็นตัวผม รู้จักเพียงแค่ผิวเผินเป็นความสัมพันธ์ที่ให้เกียรติกันที่สุดแล้วผมว่านะ
ผมไม่อยากมีศัตรู ไม่อยากแบกภาระที่หนักเกินตัว ไม่อยากรับรู้ปัญหาของคนอื่น
ผมแอบเห็นคนพูดถึงว่าผม "หมดไฟ" คำนี้มันอาจกว้างไปนิด ผมยังดูบอลอยู่ เสาร์อาทิตย์ไม่ออกไปไหน โซฟาผมเป็นรอยบุ๋มเพราะผมเผลอฟาดไปหลายทีเวลา ลิเวอร์พูล ยิงประตูสำคัญได้ (รวมถึงแมนฯยูฯโดนยิง)
แต่ที่ผมว่าอันตรายสำหรับการทำงานในฐานะ "เจ้าของเว็บ" คือคุณใหญ่สุดไม่มีใครสั่งอะไรคุณได้นี่แหละ ครั้งนึงมันมีประเด็นสำคัญต้องเขียนคอลัมน์ ผมก็ตั้งใจจะเขียนนะเพราะหลายๆเพจหลายๆเว็บก็เล่นกัน (แต่เรื่องอะไรอันนี้ผมลืมแล้ว)
บังเอิญช่วงนั้นผมติดเกม ซื้อเกมมาตุนไว้เพียบ เล่นเกมนี้จบไปต่อเกมนี้ เรียกว่าเคยติดเกมหนักๆแบบตื่นมาเล่นแทบไม่เข้าเว็บเลยอยู่พักใหญ่ๆเลย
ผมก็เลยคิดว่างั้นกูไม่เขียนอ่ะ ขี้เกียจ ใครจะทำไม?
ผมไม่อยากนั่งๆนอนๆพอใจอยู่กับการปล่อยให้น้องๆทำงาน เว็บไม่พัฒนา ตัวเองเที่ยว รอเงินเข้า มันคือการฆ่าสิ่งที่ตัวเองรักทางอ้อม