3.แผลเรื้อรังที่รักษาไม่หาย หรือแผลที่เกิดขึ้นบริเวณที่เป็นแผลเป็น หรือบริเวณแผลไฟไหม้มาก่อน
4.รอยโรคที่มีสีดำหรือน้ำตาลที่ขอบเขตไม่ชัดเจนและมีแผลเกิดขึ้น
5.ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงของรูปร่าง สีมีการเปลี่ยนแปลงทั้งที่มีสีขาวเกิดขึ้น หรือสีน้ำตาลดำไม่สม่ำเสมอ มีแผลเกิดขึ้น หรือมีเลือดออกง่าย โดยเฉพาะบริเวณมือและเท้าในคนเอเชีย
6.ผื่นเรื้อรังที่มีการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเนื้อนูนขึ้นมา
เมื่อค้นพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวหนังดังที่ได้กล่าวมาแล้ว จึงควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อวางแผนแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ประชาชนสามารถดูแลตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งผิวหนัง ได้ดังนี้
1.หลีกเลี่ยงจากแสงแดดซึ่งเป็นการป้องกันมะเร็งผิวหนังที่ดีที่สุด
2.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เช่น ไม่รับประทานยาที่มีส่วนผสมของสารหนู
3.หมั่นสังเกตความผิดปกติของไฝหรือขี้แมลงวัน หากมีความผิดปกติ เช่น ไฝที่เป็นมีผื่นหรือก้อนที่โตเร็วกว่าปกติ มีสีเปลี่ยน, มีแผลเรื้อรังที่ไม่หายและขยายออก ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน
4.ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน
5.สวมเสื้อผ้าที่มิดชิด สวมหมวกปีกกว้าง หรือกางร่ม
6.ควรเริ่มป้องกันแสงแดดตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อป้องกันมะเร็งผิวหนังในระยะยาว