นางสุนิสา แซ่ล้อ อายุ 66 ปี ชาวไทยเชื้อสายจีนที่อยู่ในละแวกโรงเจแห่งนี้ บอกว่า ขนมชนิดนี้จะเรียกว่าเป็นขนมที่โดดเด่นที่สุดในบรรดาขนมมงคลก็ว่าได้ ด้วยความที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน ทั้งรูปทรง รสชาติ สีสัน ความหมายและวัตถุดิบที่หาง่าย จนกล่าวได้ว่าขนมชนิดนี้เปรียบเสมือนตัวแทนของความเป็นขนมมงคล และความที่เป็นขนมยอดนิยมที่ถูกคัดเลือกมาขึ้นโต๊ะไหว้เจ้าและบรรพบุรุษเกือบทุกเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆ ทำให้ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างให้ความนิยมนำมาใช้เซ่นไหว้บูชาเทพเจ้า และเซ่นไหว้บรรพบุรุษในเทศกาลสำคัญต่างๆของชาวไทยเชื้อสายจีน
สำหรับสูตรของตนเป็นสูตรเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา และนำมาประยุกต์ให้เข้ากับสมัยใหม่ โดยจะมี 3 ไส้ คือ ไส้ข้าวเหนียว ไส้ถั่ว ไส้เผือก ซึ่งทั้ง 3 ไส้นั้น ต่างได้รับความนิยม ทั้งชาวไทยเชื้อสายจีน หรือแม้แต่ชาวไทยแท้เอง ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธีไหว้ก็จะแจกจ่ายให้กับชาวไทยเชื้อสายจีนได้นำไปรับประทานในครอบครัวเพื่อความเป็นสิริมงคล หากเหลืออีกก็จะนำไปมอบให้กับผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์วังทองได้รับประทานกันถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่ทางโรงเจของเราสืบทอดกันมา
ทั้งนี้ ขนมอั้งท้อก๊วย เป็นขนมมงคล ที่มีมานาน หลายชั่วอายุคน ตนเองเกิดมาก็เห็นรุ่นพ่อและแม่แล้ว ซึ่งที่ จ.พิษณุโลก ค่อนข้างหาคนทำยาก และถ้าจะทำจะเป็นงานประเพณีจีนเท่านั้น อยากให้เยาวชนมาสืบสวนการทำขนมอั่งท้อก๊วย ซึ่งเป็นขนมมงคลสืบต่อไป