และจากรายงานผลการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานพบว่า ได้มีการระดมความร่วมมือสามารถผลักดันแผนหลักและการดำเนินการพัฒนาฟื้นฟูบึงบอระเพ็ดมีความก้าวหน้าตามแผนแต่ก็ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสัมฤทธิ์ผลโดยเร็วทำให้บึงบอระเพ็ดกลับมาเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สามารถเก็บน้ำได้เต็มพื้นที่ซึ่งทุกหน่วยงานขับเคลื่อนแผนงานที่ได้วางไว้ไปสู่การปฏิบัติให้ได้จริงตามที่กำหนดไว้โดยมี สทนช. คอยทำหน้าที่กำกับ เร่งรัด การดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายและกรมชลประทานและกรมประมงร่วมกันบริหารจัดการน้ำบึงบอระเพ็ดให้มีประสิทธิภาพ ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กำหนดรูปแบบการเพาะปลูกและควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินรวมตามที่กรมธนารักษ์กำหนดไว้ในขณะที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาร่วมกับจังหวัดนครสวรรค์กำหนดแนวทางเพิ่มศักยภาพการท่องเที่ยวขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันแก้ไขปัญหาให้บึงบอระเพ็ดมีความอุดมสมบูรณ์ ทัศนียภาพสวยงามเกิดประโยชน์กับชาวนครสวรรค์และประชาชนโดยทั่วไป เพื่อเป็นตัวอย่างและขยายผลความสำเร็จไปยังบึงอื่นๆต่อไป
รองนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่สทนช.ได้เสนอคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2562 เห็นชอบแผนหลักการพัฒนาและฟื้นฟูบึงบอระเพ็ด 6 ด้านระยะ 10 ปี (ปี 63 - 72) มีทั้งสิ้น 56 โครงการ เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะส่งผลทำให้น้ำต้นทุนเพิ่มประมาณ 67 ล้าน ลบ.ม.ลดความเสียหายจากน้ำท่วม 21,000 ไร่ ช่วยพื้นที่ภัยแล้ง 85,000 ไร่