นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า ธพว.ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ที่เห็นชอบปรับปรุงขยายกลุ่มเป้าหมายโครงการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ผ่านโครงการ "สินเชื่อรายเล็ก Extra Cash" วงเงิน 9,600 ล้านบาท ให้สามารถปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการ SMEs ทั้งบุคคลธรรมดา นิติบุคคล ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม
สำหรับสินเชื่อรายเล็ก Extra Cash ปรับปรุงหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดคุณสมบัติกู้ สำหรับบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ในภาคการผลิตที่มีการจ้างงานไม่เกิน 50 คน หรือรายได้ไม่เกิน 100 ล้านบาทต่อปี ภาคการค้าและบริการ ที่มีการจ้างงานไม่เกิน 30 คน หรือรายได้ไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้นำไปใช้เสริมสภาพคล่อง และ/หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ มีจุดเด่นคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำ กลุ่มบุคคลธรรมดา คิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3-5 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR+2% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท (บุคคลธรรมดาจด VAT สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท) กลุ่มนิติบุคคล คิดอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี ใน 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3-5 คิดอัตราดอกเบี้ย MLR+1% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยทั้งสองกลุ่ม เมื่อรวมกับสินเชื่อทุกประเภทที่มีอยู่กับ ธพว. แล้วต้องไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะผ่อนชำระนานสูงสุด 5 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้น (Grace Period) สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน และที่สำคัญไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยจะเปิดรับคำขอกู้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2563 หรือจนกว่าจะหมดวงเงินโครงการ แล้วแต่อย่างหนึ่งอย่างใดจะถึงก่อน